ไป๋เจ๋อนั่งขัดสมาธิบนพื้น ยกแขนขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากอย่างลวก ๆ กองกระเทียมตรงหน้าทำให้เขาดีใจสุด ๆ
เอากลับไปตากแห้งก็เก็บไว้ได้นาน ยอดอ่อนที่ติดมาก็ทิ้งไม่ได้ ถึงจะแก่ไปหน่อยแต่ก็กินได้
ไป๋เจ๋อเอามือเท้าหลังไว้กับพื้น คิดจะเรียกชิงกับพวกมาให้ช่วยหา แถวนี้ต้องมีอีกแน่ กว่าจะมาได้ก็ไม่ง่าย ต้องขุดเอากลับไปให้มากที่สุด
ทันใดนั้น ข้อมือก็เกิดอาการเจ็บแปลบขึ้นมา
ไป๋เจ๋อรีบดึงแขนกลับ ก้มลงก็เห็นรูสองรูบนผิวหนังด้านในข้อมือ มีเลือดไหลซึมออกมาเป็นเม็ด ๆ
อะไรสักอย่างสีเขียวบิดตัวแฉลบหายเข้าไปในพงหญ้าอย่างรวดเร็ว
สายตากลับไปจับที่รอยเขี้ยวบนข้อมือ สีหน้าของไป๋เจ๋อซีดเผือดในพริบตา
เหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผาก ริมฝีปากไร้สีสั่นระริก หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไป๋เจ๋อรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองเริ่มติดขัด
ความกลัวงูของเขานั้นเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
นั่นสมัยเด็ก ๆ ไป๋เจ๋ออยู่กับตายายในบ้านดินเก่าแก่แถบชนบท
ฤดูใบไม้ร่วงปีหนึ่ง ผู้ใหญ่ลงไปทำงานในทุ่งแต่เช้า เขานอนหลับอยู่ในกระท่อมคนเดียว
บนเสาคานมีงูสีน้ำตาลตัวหนึ่งขดอยู่ ตัวหนาพอ ๆ กับน่องคน ผิวหนังมีลายสีดำ มันเลื้อยขึ้นมาบนเตียงอย่างเงียบกริบ แล้วรัดพันตัวไป๋เจ๋อแน่นหนึบ
ไป๋เจ๋อสะดุ้งตื่นเพราะหายใจไม่ออก พอลืมตาก็เห็นดวงตาสีเขียวหม่นคู่นั้นกับลิ้นงูสีแดงเข้มแฉกเรียวยาว แทบจะตกใจตายคาที่
