หิมะหยุดตกไปพักหนึ่งตอนพลบค่ำ ตอนนี้ก็ตกลงมาอีกแล้ว
ม่อยืนอยู่หน้าประตู สะบัดหิมะบนเสื้อคลุมตัวนอก แล้วกระทืบเท้าอย่างแรงอีกสองสามที ก่อนจะพาไอเย็นทั้งร่างเข้ามาในถ้ำ
ไป๋เจ๋อเดินเข้าไปหา ลูบมือของเขา รู้สึกได้ว่าข้อนิ้วแข็งไปหมด
“ตัวข้าเย็น” ม่อถอยหลังไปสองก้าว ไม่ยอมให้ไป๋เจ๋อเข้าใกล้ตัว
ไป๋เจ๋อเอามือที่อุ่นจนร้อนของตัวเองวางลงบนปลายจมูกและแก้มของม่อที่แดงก่ำเพราะความหนาว “ข้าจะอุ่นให้เอง”
ม่อยิ้มออกมา ก้มลงจูบเขาเบาๆ “กินข้าวกันเถิด ในถ้ำหอมมาก”
เจว๋ยนั่งรออยู่ข้างเตาไฟตั้งนานแล้ว รอท่านพ่อและท่านพ่อมนุษย์สัตว์กลับมา
หม้อสุกี้มันวัวกำลังเดือดปุดๆ ไป๋เจ๋อใส่เนื้อที่หั่นไว้ลงไป
ข้างหม้อมีวัตถุดิบวางเรียงไว้มากมาย ใจผักกาดขาว มันฝรั่งแผ่น หัวไชเท้าหั่นชิ้น หมูกรอบชิ้นเล็กและลูกชิ้นปลา ผักป่าที่ขุดมาจากใต้หิมะก็อ่อนมาก แถมยังทำเกี๊ยวไข่ด้วย
โดยเฉพาะปลาชิ้นมะเขือเทศหม้อนั้นที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น น้ำซุปสีแดงสดใส เนื้อปลาขาวนวลเนียน พอกินเข้าไปคำหนึ่ง ทั้งนุ่มทั้งสด รสชาติเป็นเอกลักษณ์ยิ่งนัก
ม่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามอย่างลองเชิง “วันนี้เป็นวันสำคัญอะไรหรือ”
“หืม” ไป๋เจ๋อเงยหน้าขึ้น “มีอะไรงั้นหรือ”
“อาหารอุดมสมบูรณ์มาก”
“เจ้าลืมแล้วหรือ” ไป๋เจ๋ออยากแกล้งเขาขึ้นมาทันใด สีหน้าจริงจังขึ้นมา
ม่อถึงกับหยุดกินข้าว เอ่ยปากขึ้นทันที “ข้าขอโทษ”
