ม่อยืนกอดอก เอนกายพิงต้นไม้พลางมองเหยียนด้วยสายตาเอือมระอาและจนใจ ขณะที่อีกฝ่ายย่อตัวก้มตูดขุดดินง่วนอยู่กับพื้น ใช้ขาหน้าทั้งสองช่วยกันขุดคุ้ยต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีดอกสีฟ้าดอกเล็ก ๆ บานเป็นกระจุก จนเศษดินกระจัดกระจายเต็มศีรษะเกรอะกรังไปถึงหนวดแมว ดูทั้งน่าขันและชวนหัว
ทว่าเหยียนกลับทำเป็นเพลิดเพลิน พอรากของต้นไม้โผล่พ้นดินจนหมดแล้ว เขาก็กลับเป็นร่างมนุษย์อีกครั้ง แล้วยื่นมือไปถอนมันขึ้นมาอย่างบรรจง ใช้ใบไม้ห่อดินชื้น ๆ พันรอบราก ก่อนจะบรรจงวางลงในถุงหนังที่อยู่ใกล้ ๆ
ม่อว่าเสียงไม่พอใจ "นี่คือเรื่องสำคัญที่เจ้ารีบเรียกข้าออกมา เพราะอยากให้เราทำด้วยกันเนี่ยนะ"
"อื้มแน่นอน" เหยียนหัวเราะพลางคล้องไหล่ม่อแล้วเลิกคิ้วให้ "ต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ ถึงได้เจอต้นเถาซิงนี่"
"ขอบใจมากเลยนะ เพื่อน!"
ม่อใช้เวลาครึ่งค่อนวันไปกับการตามเหยียนเที่ยวเตร่ในป่า ทั้งลุยน้ำทั้งปีนหน้าผา นึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายอะไร ที่แท้ก็แค่ต้นหญ้าที่เรืองแสงได้ในตอนกลางคืน!
จะกินก็ไม่ได้ จะใช้ก็ไม่ได้ เอากลับบ้านไปไม่ทันสองวันก็คงตาย ถ้าอยากดูของเรืองแสงตอนกลางคืน แหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้าดูดวงดาวก็ได้ หรือไม่ก็ก่อกองไฟสองสามกอง อยากได้สว่างแค่ไหนก็ได้
เขาทำหน้าร้ายต่อไม่ลงจริง ๆ "ข้าไม่เคยเห็นว่าเมื่อก่อนเจ้าจะชอบอะไรแบบนี้เลยนะ"
"หรือว่าสมองของเจ้าโดนท่านพ่อมนุษย์สัตว์ต่อยจนแตกไปแล้ว"
"ถ้าเจ้าว่างจนเบื่อขนาดนั้น ก็ไปช่วยข้าผ่าฟืนที่บ้านเสีย"
"ฮี่ ๆ" เหยียนไม่เถียงกลับ แค่เผยยิ้มจริงใจออกมาไม่หยุด "ไปเถอะ ไป กลับไปย่างอสูรร้องก้าบกินกัน ขาให้เจ้าทั้งสองข้างเลย"
