ด้วยความขอบคุณที่ม่อนำอาหารกลับมาให้ และเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างดีในวันข้างหน้า ไป๋เจ๋อคิดว่าเขาต้องทำอาหารให้ม่อบ้าง
ก็เขาลำบากอยู่ข้างนอกมานานขนาดนั้น ทั้งยังเร่งเดินทางตลอดคืน ป่านนี้คงกินก็ไม่ดี นอนก็ไม่เต็มอิ่มแน่
อีกอย่าง ไป๋เจ๋อเองก็หิวแล้ว
คนที่นี่กินแค่วันละสองมื้อ ไป๋เจ๋อปรับตัวไม่ค่อยได้ ในฐานะมนุษย์ยุคใหม่มาตรฐาน มื้อเที่ยงมีความสำคัญสูงส่งกว่าสองมื้อที่เหลือมากนัก
ไป๋เจ๋อเลาะมันส่วนที่หนาของอสูรงุ่นง่านออกก่อน จากนั้นตั้งหม้อหินเคี่ยวน้ำมันหม้อใหญ่
เจว๋ยได้กลิ่นหอมเดินเข้ามาใกล้ ไป๋เจ๋อหยิบกากหมูชิ้นหนึ่งยื่นมาที่ริมฝีปากเขา “ของทอดร้อนๆ อร่อยที่สุดแล้ว”
เจว๋ยยื่นมือจะรับ
“มันมือ อย่าเพิ่งจับเลย” ไป๋เจ๋อพูดพลางยิ้ม “อ้าปากสิ”
เจว๋ยทำตามอย่างว่าง่าย
ไป๋เจ๋อยัดกากหมูเข้าปากเด็กน้อยแล้วยิ้มตาหยี “หอมไหม?”
เจว๋ยพยักหน้า ผ่านไปสองสามวัน เขาก็เริ่มผ่อนคลายขึ้นมากต่อหน้าไป๋เจ๋อ
ไป๋เจ๋อตักกากหมูออกจากหม้อหิน ได้เต็มสองชามใหญ่
เขาหยิบใบไม้สำหรับวางอาหารมาปูสองชั้น ห่อกากหมูครึ่งหนึ่ง
ไป๋เจ๋อยื่นให้เจว๋ย “เอาไปให้ซีกับพวกเขาหน่อย”
เจว๋ยพยักหน้า ถือห่อกากหมูอุ่นๆ วิ่งออกไป
ชิงกำลังทำอาหารให้เหยียนอยู่พอดี พวกเขาก่อเตาไว้นอกถ้ำ อากาศดีก็ทำอาหารข้างนอก
เวลานี้ซีกลายเป็นร่างสัตว์ นอนผึ่งแดดอุ่นอยู่ หางสะบัดไปมาเป็นระยะ ช่างสบายใจยิ่งนัก
ประสาทดมกลิ่นของมนุษย์สัตว์ไวมาก เจว๋ยยังเดินมาไม่ถึง ซีก็ลืมตาขึ้นทันที พลิกตัวลุกขึ้น
“โฮก!”
พอเห็นเจว๋ย ซีก็พุ่งเข้าใส่ เอาขาหน้าตะกายไหล่ หัวขนฟูๆ ถูไถคอเพื่อนรักไม่หยุด
