ทุกก้าวที่ไป๋เจ๋อเข้าใกล้ หัวใจของเหยียนก็ลอยสูงขึ้นไปอีกขั้น ราวกับว่าคนที่ถูกจับได้ว่าแอบทำอะไรคือตัวเอง
เขากลืนน้ำลายอย่างประหม่า แล้วโอบไหล่ม่อพลางลดเสียงลงพูดว่า “เพื่อน เจ้าปล่อยมือก่อนเถิด”
“เราเป็นคนอกตัญญูไม่ได้นะ พฤติกรรมแบบนี้น่าละอาย จะถูกตราหน้าเอาได้!”
“ปล่อยมือนะ ปล่อยมือก่อน”
ม่อไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องมนุษย์กึ่งสัตว์ตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ภายในดวงตาสีทองคล้ายมีเปลวไฟพวยพุ่งจะทะลักออกมา “ของบนคอเจ้าไปเอามาจากไหน”
มนุษย์กึ่งสัตว์เอามือปิดสร้อยบนคอตน ใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “เจ้าจะทำอะไร”
หลังมือของม่อมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้น เสียงเย็นเยียบจนน่าขนลุก “มันมาจากไหนกันแน่?!”
มนุษย์กึ่งสัตว์ถูกสีหน้าอันน่าเกรงขามของเขาทำให้ตกใจกลัว พูดตะกุกตะกักว่า “มี มีคนให้ ให้มา...”
“ใคร”
เหยียนมองพวกเขาอย่างสงสัย บรรยากาศนี้ไม่เหมือนรักแรกพบหรือแอบเกิดความรู้สึกเลย เขาอดถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้ เมื่อหันไปเผชิญหน้ากับไป๋เจ๋อ สีหน้าก็ดูสบายใจขึ้นมาก
หลีและพวกเดินตามมาติด ๆ แขนเสื้อพับขึ้นแล้ว พร้อมจะเข้ามาห้ามทัพได้ทุกเมื่อ
เฉินพูดกับคุนว่า “เดี๋ยวพวกเราสองคนจับม่อไว้”
คุนถามเสียงเบา “แล้วไป๋เจ๋อล่ะ”
หลี “ก็ไป๋เจ๋อตัวเล็กนิดเดียว ม่อโดนไปสองสามหมัดไม่เป็นไรหรอก”
คุนรู้สึกว่ามีเหตุผล “งั้นพวกเราสามคนมัดม่อไว้ด้วยกัน ให้ไป๋เจ๋อได้ระบายอารมณ์”
เฉินพยักหน้า “ตกลง”
ไป๋เจ๋อเดินเข้าไป ในจังหวะที่ยกมือขึ้น ทุกคนต่างเตรียมพร้อม ถ้าม่อกล้าตอบโต้เมื่อไร ก็จะพุ่งเข้าไปทันที มัด ‘ชายใจร้าย’ คนนี้ให้แน่นหนา ให้เขาได้รับการลงโทษด้วยกำลัง
