ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งหยิกแขนสามีของตัวเองแล้วว่า “ดูสิ ดูเขาสิ! ท่ามกลางหิมะตกหนักขนาดนี้ยังขึ้นเขาไปล่ากวางโรได้ แล้วเจ้าเล่า?”
“ถ้าข้าเจอ ข้าก็ล่าได้เหมือนกัน!” ชายผู้นั้นเถียงกลับ “แต่กวางโรจะไปเจอง่ายๆ ที่ไหนกัน? ไอ้หนูนี่ก็แค่โชคดีเท่านั้น”
“โชคดี? เนื้อหน้าหนาวของบ้านเขากินกันไม่หมด ยังเรียกว่าโชคดีอีกหรือ? ครอบครัวเราหน้าหนาวนี้แทบจะอดตายอยู่แล้ว!”
ชายผู้นั้นทนถ้อยคำรัวเป็นชุดของภรรยาไม่ไหว จึงได้แต่ตอบว่า “พรุ่งนี้ข้าก็จะขึ้นเขาไปดูบ้าง ว่าจะหาสัตว์ป่าได้หรือไม่”
หมู่บ้านซานซานมีนายพรานทั้งหมดห้าคน ล้วนขึ้นทะเบียนกับทางการแล้ว
แต่ก่อนมีมากกว่านี้ เพียงแต่ว่าสัตว์ป่าบนภูเขาเสี่ยวเฮยเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เขาเอ้อเฮยก็ไม่ใช่ที่ใครจะกล้าไปได้ตามใจ
นายพรานต้องส่งภาษีการล่าสัตว์ทุกปี จำนวนนายพรานในหมู่บ้านซานซานจึงค่อยๆ เหลือเพียงห้าครอบครัว
ปีนี้เข้าหน้าหนาวเร็ว นายพรานส่วนใหญ่เก็บธนูไปตั้งนานแล้ว
พอเห็นเจียงเฉินล่ากวางโรได้ ก็พากันคิดอยากลองอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ตัวเองไม่อยากขยับ คนในครอบครัวก็จะเร่งให้ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ตุนไว้กินหน้าหนาว
ปิดประตูแล้ว เจียงเถียนมองกวางโรที่นอนอยู่กลางลานบ้าน
ยังอดถามซ้ำด้วยความไม่อยากเชื่อไม่ได้ว่า “เสี่ยวเฉิน นี่เจ้าล่ามาได้จริงๆ หรือ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรือ? ลูกธนูนี้พ่อยังขัดมันเป็นพิเศษเลย”
