ต้าโจว ปีซิงเย่ที่สิบแปด หมู่บ้านซานซาน
หิมะแรกเข้าสู่ฤดูหนาว
ลมเหนือราวกับค้อน ทุบประตูไม้จนดังลั่น
ภายในบ้าน เด็กหนุ่มนอนบนเตียง มองเพดานอย่างไม่มีจุดหมาย
“สมแล้วล่ะ ไอ้งั่งตกกระไดพลอยโจนไม่มีทางตายดีหรอก!”
“แต่แกตายทิ้งภาระไว้แบบนี้ แล้วข้าต้องมาแบกอะไรพวกนี้เนี่ย…”
“อีกเดี๋ยวก็เข้าหน้าหนาวแล้ว เสบียงในบ้านก็ไม่เหลือเลยสักนิด นี่มันเพิ่งข้ามมิติมาก็จะต้องอดตายอยู่แล้วหรือไง!”
เด็กหนุ่มชื่อเจียงเฉิน แต่เดิมเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนหนึ่งในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
ระหว่างกลับบ้านไปช่วยแม่ลูกที่พลัดตกน้ำคู่หนึ่ง คนขึ้นฝั่งได้หมด แต่ตัวเขากลับไม่รอด
พอฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นชาวบ้านซานซาน ชื่อเดียวกับตัวเอง…
แต่ว่า การได้เกิดใหม่ทั้งที ตอนแรกเขาก็ดีใจอยู่หรอกนะ
แต่พอรับรู้ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ก็อดโมโหด่าไม่อยู่
ร่างเดิมอายุสิบแปด แม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก ที่บ้านยังมีพ่อ พี่ชายพี่สะใภ้ และหลาน ๆ
คงเพราะตอนแม่จากไปเจ้าของร่างยังเล็ก ก็เลยถูกพ่อตามใจจนเสียคน
เด็กบ้านอื่นสิบสามสิบสี่ก็ลงนาไปแล้ว
แต่เขาอายุสิบแปดแล้วยังเรื่อยเปื่อย เที่ยวเล่นทั้งวัน แถมยังลักเล็กขโมยน้อย
ภาษาชาวบ้านก็คือ ‘นักเลงหัวไม้’ เต็มตัว!
ปีนี้ผลผลิตไม่ดี ที่บ้านเลยไม่มีเสบียงสะสมเท่าไหร่
พ่อขึ้นเขาไปล่าสัตว์ก็พลัดตกขาหัก ค่ารักษาก็จ่ายไปไม่น้อย ตอนนี้ยังต้องใช้ไม้เท้าพยุง ชีวิตในบ้านยิ่งลำบากหนัก
แต่แค่เพราะถูก ‘เฉินฮวา’ เทพธิดาของเขาพูดหว่านล้อม และมี ‘พรรคพวก’ รอบตัวคอยยุ
เจ้าของร่างก็ขโมยเสบียงสำหรับกันตายหน้าหนาวของบ้าน ไปแลกปิ่นที่ในเมืองมาหนึ่งอัน เตรียมจะให้เฉินฮวาเป็นของแทนใจ
เงินที่เหลือก็เอาไปแลกเหล้าเนื้อ เลี้ยงพี่น้องร่วมสาบานอย่างจางซานพอจนกินเสียท้องกาง
ตอนกลับบ้านก็เมาหมดสติอยู่ข้างทางนอกหมู่บ้าน ท่ามกลางลมหนาวและหิมะนอนแข็งอยู่คืนหนึ่ง
เมื่อวานมีคนผ่านมาพบเข้า เลยถูกพี่ชาย เจียงเถียน แบกกลับมา
พอนอนอยู่บ้านได้วันหนึ่ง ฟื้นขึ้นมา ในร่างก็เป็นเจียงเฉินอีกคนแล้ว
และปิ่นเงินที่เอาเสบียงไปแลกมาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
อาจถูกคนผ่านทางหยิบฉวยไป หรือไม่ก็หายไประหว่างทาง
แต่ปิ่นนั่นไม่สำคัญแล้ว ถึงจะหาเจอ เอาไปขายต่อก็ไม่ได้เสบียงพอสำหรับหกชีวิตในบ้านอยู่ดี
“ปีอัตคัด ไม่มีเสบียง… ฤดูหนาวที่นี่ ตายได้จริง ๆ ด้วยนะ”
เจียงเฉินคิดหาทางรับมืออยู่สักพัก ลองเลียนแบบพวกตัวเอกนิยายที่เคยอ่าน… ต้มเกลือ หมักเหล้าดีไหม?
แต่ว่าเกลือเถื่อนต้องห้าม เหล้าก็ต้องใช้เสบียงมากมาย ตอนนี้ใกล้ตายอยู่แล้ว จะไปหาเสบียงจากไหน
ขณะที่กำลังคิดสับสน เจียงเฉินรู้สึกถึงความร้อนตรงหน้าอก ทันใดนั้นกระดองเต่าโบราณแผ่นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหน้า
“นี่มัน?”
เจียงเฉินเห็นแผ่นกระดองเต่าคุ้นตาก็ต้องชะงัก
ตอนเขาจมน้ำ เหมือนตอนสลึมสลือจะจับโดนอะไรสักอย่าง สัมผัสนั่น… ก็เหมือนกระดองเต่านี่แหละ
“หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ข้าข้ามมิติ?”
เจียงเฉินเบิกตาพินิจ กระดองเต่าฉาบด้วยแสงกะพริบระยิบ บนนั้นมีดวงดาวมัวมิดดวงหนึ่งลอยอยู่
และตรงรอยต่อระหว่างดวงดาวกับกระดองเต่า มีตัวอักษร 【ไม่รู้】 ปรากฏอยู่
“ไม่รู้… แล้วรู้ล่วงหน้าอย่างนั้นเหรอ?”
ลมหายใจของเจียงเฉินพลันถี่กระชั้นขึ้น กระดองเต่านี่หรือจะล่วงรู้เหตุการณ์เบื้องหน้า… หลีกเลี่ยงภยันตรายได้!
เจียงเฉินระงับความตื่นเต้น ยกมือจิ้มกระดองเต่า
ฉัวะ ตัวอักษร 【ไม่รู้】 เปลี่ยนเป็น 【รู้ล่วงหน้า】
กระดองเต่าสั่นสะเทือน คายไม้ออกมาสามอัน
บนกระดองเต่าและไม้อันละปรากฏข้อความเล็ก ๆ
【ดวงวันนี้: ปานกลาง】
【เคล็ดเล็ก: เชิงเขาด้านใต้ของภูเขาเสี่ยวเฮย มีกระต่ายหลงทางตัวหนึ่งวิ่งชนตายในหิมะ ก่อนเที่ยงไปถึงอาจได้อะไรสักอย่าง】
【เคล็ดกลาง: ยอดเขาทางใต้ของภูเขาเสี่ยวเฮยมีกวางผาออกมาเพ่นพ่าน เตรียมธนูล่าสัตว์ไปด้วย อาจได้อะไรสักอย่าง】
【เคล็ดมหาภัย: ราชาหมาป่าผู้ชราถูกราชาหมาป่าตัวใหม่กำราบแล้วขับไสให้ไปอยู่ทางเหนือของภูเขาเสี่ยวเฮย ถ้าเอาหนังหมาป่าได้จะทำเงินได้มาก แต่ต้องระวังราชาหมาป่าโจมตี】