ทางตะวันตกของสำนักไท่เสวียน
ในป่าเขาห่างออกไปราวร้อยลี้ ชายหนุ่มคิ้วดุจกระบี่ดวงตาดุจดาราผู้หนึ่งกำลังเดินไปอย่างเนือย ๆ บนเส้นทางเล็กกลางหุบเขาอันเวิ้งว้างไร้ผู้คน
ชายหนุ่มผู้นี้มิใช่ใครที่ไหน เป็นเย่ฉางเทียนที่ออกไปปฏิบัติภารกิจของสำนักนั่นเอง
ทันใดนั้น
เย่ฉางเทียนก็หยุดฝีเท้าชะงัก ก่อนจะไขว้แขนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่ หันไปมองเบื้องหลังซึ่งเป็นป่าทึบ เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นในผืนป่าแห่งนี้
"สหายเอ๋ย ตามข้ามาตั้งหลายสิบลี้แล้ว เจ้ายังไม่คิดจะปรากฏตัวอีกหรือ?"
สิ้นคำพูดของเย่ฉางเทียน
ในป่าเขาก็พลันเกิดเสียงซ่าดังขึ้น
ชายหนุ่มตางูผู้หนึ่งสวมอาภรณ์ศิษย์ในสำนักไท่เสวียน ก็พุ่งตัวว่องไวออกมาจากป่า
"ข้าประมาทเจ้าไปหน่อย"
ชายหนุ่มตางูจ้องมองเย่ฉางเทียนด้วยแววตาเย็นเยียบ "คิดไม่ถึงว่าเพียงศิษย์ในที่เพิ่งเลื่อนขั้นอย่างเจ้า จะสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้าได้"
"ที่เจ้าคิดไม่ถึงยังมีอีกมาก"
เย่ฉางเทียนถามพลางยิ้ม "หลิวจื่อเยียนส่งเจ้ามาฆ่าข้าหรือ?"
"เมื่อเจ้าเดาได้แล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก"
"เดิมทีข้าต้วนหมิงก็ไม่อยากทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก ทว่าศิษย์พี่หลิ่วให้ผลตอบแทนมากเกินไป เพียงแค่ตัดหัวเจ้ามาได้ก็จะได้หินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน จำต้องขออภัยเจ้าด้วยแล้ว"
ต้วนหมิงฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม
เพียงฆ่าไอ้กระจอกที่เพิ่งทะลวงขอบเขตสร้างฐานขั้นต้นเลื่อนขั้นเป็นศิษย์ใน ก็ได้หินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน
เขาไม่มีทางหาเหตุผลมาปฏิเสธได้เลย
หินวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าเขาจะฝึกฝนจากขอบเขตสร้างฐานขั้นกลางจนถึงขอบเขตสร้างฐานขั้นปลายโดยไม่ขาดแคลนทรัพยากร
