โชคดีที่เสิ่นอันเยว่หยุดเลือดได้เสียที ไม่อย่างนั้นเฉิงอี้อีคงต้องโทรเรียกรถพยาบาลแน่!
เธอลูบแผ่นหลังของเสิ่นอันเยว่อย่างแผ่วเบา แนบแก้มเข้ากับแก้มอีกฝ่าย ราวกับวิธีนี้จะช่วยปัดเป่าความไม่สบายที่รายล้อมอยู่ให้พ้นไปได้
“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่สาว หนูไม่เป็นไรแล้ว”
เสิ่นอันเยว่รีบขยับศีรษะออก ก่อนจะยกมือขึ้นลูบแก้มของเฉิงอี้อี เช็ดหยาดน้ำตาที่เปี่ยมด้วยความตื่นตระหนกตรงหางตาให้อีกฝ่าย
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!
ถ้าแนบชิดกับพี่สาวมากกว่านี้ ร่างกายคงทนไม่ไหวก่อนแน่…
แม้เมื่อครู่เสิ่นอันเยว่จะเลือดกำเดาไหลไม่หยุด แต่โชคดีที่เลือดออกไม่มาก จึงไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่าไร
เพียงแต่ตอนนี้ใบหน้าของเธอซีดลงนิดหน่อย
ถึงตรงนี้คงต้องอธิบายกันสักหน่อย ความจริงเสิ่นอันเยว่ไม่ได้หน้ามืดเพราะแช่น้ำมาตั้งแต่ต้นจนจบเลย…
ที่จู่ ๆ หมดแรงเมื่อครู่ ก็เป็นผลจากเรื่องไร้สาระในหัวบวกกับปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากการที่เฉิงอี้อีลงมือบีบเอวเธอต่างหาก
ส่วนเรื่องเลือดกำเดาไหลยิ่งอธิบายง่ายเข้าไปใหญ่!
ถ้าอยู่ห่างจากเฉิงอี้อี
เลือดกำเดาก็จะหยุดไหลได้อย่างรวดเร็ว
แต่เธอจะตัดใจทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะ?
เฮ้อ ยัยคนนี้ไม่ได้เรื่องจริง ๆ
สภาพเป็นแบบนี้แล้ว ถ้าคราวหน้าเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของคิวคิวจะทำยังไงดี?
ถึงตอนนั้นคงตื่นเต้นจนเป็นลมก่อนถึงจังหวะสำคัญแน่…
“แต่ว่า…ทำไมเธอยังหอบอยู่ล่ะ?” เฉิงอี้อียังคงมีสีหน้าเป็นห่วง เธอยังประคองเสิ่นอันเยว่อยู่ในท่าเดิม เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจมลงไปในน้ำ
คำพูดของเฉิงอี้อีทำให้เสิ่นอันเยว่เพิ่งนึกขึ้นได้ เธอรีบปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เพื่อให้ดูไม่ต่างจากคนทั่วไป
