กำลังคุยกันอยู่ดี ๆ ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
เสิ่นอันเยว่เหลือบมองไปทันที ขณะเดียวกันก็รีบผละออกจากอ้อมแขนของเฉิงอี้อี ราวกับกลัวว่าจะมีใครจับได้ว่าพวกเธอมีความลับบางอย่าง
คนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวตรงประตู ต่างหันไปมองเป็นตาเดียว
คนแรกที่ปรากฏตัวคือหลี่จือเหิง—พ่อบ้านหลี่ เขาผลักประตูเปิดแล้วเชื้อเชิญคนที่อยู่ด้านหลังให้เข้ามา
“พ่อ! ...พ่อเหรอ?”
เฉิงอี้อีเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน เธอเรียกเฉิงเฉิงหย่วนว่าพ่อ แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลองเรียกเสิ่นเฟิงอย่างหยั่งเชิง
“ทำไมพวกคุณถึง...?”
เฉิงอี้อีมองสองคนที่กำลังโอบไหล่กันอย่างสนิทสนมตรงหน้าอย่างงุนงง จะบอกว่าไม่อึ้งก็คงเป็นเรื่องโกหก
ทำไมพ่อทั้งสองคนถึงสนิทกันเร็วขนาดนี้?
เฉิงอี้อีเคยได้ยินว่ามิตรภาพระหว่างผู้ชายก่อตัวได้รวดเร็ว แต่ลองนับดูแล้ว พ่อทั้งสองคนเพิ่งอยู่ด้วยกันอย่างมากก็ไม่ถึง 12 ชั่วโมง
ทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเหมือนพี่น้องกันไปได้?
อะไรกันเนี่ย?
ตรวจเลือดแล้วพบว่าเป็นญาติกันด้วยหรือไง?
“โอ้ อี้อี ช่วงสองสามวันนี้สบายดีไหม?” เฉิงเฉิงหย่วนยิ้มกว้าง พอเห็นลูกสาวก็ยื่นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่เตรียมไว้ให้เธอ
“เอาคอมไป ต่ออินเทอร์เน็ตแล้วลองลงโปรแกรมเล่นดูนะ”
เฉิงอี้อีรับคอมมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน
จากนั้นก็หันไปมองด้านหลัง
เซี่ยเฉินอวี๋กับเหอหว่านฉินเพิ่งลงจากรถ ทั้งคู่จับมือกัน เดินคุยหัวเราะมาทางประตู เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ก็ดีไม่น้อย
“เฉิงอี้อี...” เสียงเรียกของเสิ่นเฟิงดึงสติของเฉิงอี้อีกลับมา เธอจึงเริ่มพินิจพ่อแท้ ๆ ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน
