แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเอื้อมไปไม่ถึงแม้แต่กระดาษแผ่นที่อยู่ใกล้ที่สุด
ท่านอนของทั้งสองในตอนนี้แนบชิดกันเกินไป หากแยกจากกันหรือขยับตัวมากเกินไป ย่อมทำให้อีกฝ่ายตื่นแน่!
“ถ้าพี่รู้เข้า จะคิดไหมว่าฉันเป็นคนแบบนั้น?”
“แล้วก็เว้นระยะห่างจากฉัน จากนั้นก็มองฉันด้วยสายตาเหมือนมองโรคจิตทุกวัน...”
พอคิดถึงตรงนี้ ร่างของเสิ่นอันเยว่ก็พลันสั่นสะท้าน
ถึงอย่างนั้น...
ชีวิตที่ถูกพี่สาวรังแกก็ไม่เลวเหมือนกัน
แต่ว่า!
ได้อยู่ด้วยกันอย่างปกติสุขน่ะดีที่สุดแล้ว!
รอบข้างไม่มีเครื่องมืออะไรที่พอจะหยิบมาใช้ได้ เสิ่นอันเยว่กะพริบตาปริบ ๆ แล้วเริ่มเค้นสมองน้อย ๆ ที่ไม่ได้ทำงานมาตั้งแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัย
สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเด็ดขาด!
“เลียให้สะอาดก็จบแล้ว...”
“ยังไงพี่ก็ยังไม่ตื่น...”
……
……
……
เฉิงอี้อีนอนหลับสบายสุด ๆ
เธอฝันอะไรบางอย่างตอนที่ยังสะลึมสะลือ
เนื้อหาเล่าไม่ได้ ไม่อย่างนั้นฉันกับนักอ่านทุกท่านอาจต้องจากลากันตรงนี้
เธอลืมตาขึ้น แล้วพบว่าเสิ่นอันเยว่ยังนอนอยู่ในอ้อมแขนอย่างว่าง่าย ใบหน้าแนบกับอกของเธอ ด้านข้างของใบหน้างดงามไร้ที่ติราวกับงานศิลปะ
“เหมือนจะนอนเอียงไปหน่อย”
“แต่ยังดีที่อันเยว่ไม่หนัก”
ตอนแรกเฉิงอี้อีนอนตะแคง ลำตัวเกือบตั้งฉากกับเตียง
แต่เธอกลับรู้สึกว่าด้านหลังไม่แนบกับอะไรเลย
เพราะปกติเวลาเฉิงอี้อีนอนคนเดียว เธอมักจะนอนหงายบนเตียง
ทว่าเสิ่นอันเยว่กอดเธอไว้ตอนหลับ คอยซุกอยู่ข้างกาย
เฉิงอี้อีเกรงว่าจะทับมืออีกฝ่าย จึงอาศัยผ้าห่มช่วยพยุง แล้วเอียงตัวเล็กน้อย
