ซั่วซานจ้องหมัดของหลี่จิ้นด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ใบหน้าแดงกว่าหนวดเสียอีก
ห้าครั้งแรก เขายังเสียดายที่ตัวเองดวงไม่ดี
แต่พอทายผิดติดกันสิบครั้ง เขาก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ครั้งที่สิบห้า เขาสั่งให้หลี่จิ้นถอดถุงมือกับสนับแขนออก
ครั้งที่ยี่สิบ เขาให้ลูกน้องตรวจมือทั้งสองข้างของหลี่จิ้นอย่างละเอียด แม้แต่ขี้โคลนในซอกเล็บก็ยังควักออกมาดู
ครั้งที่ยี่สิบห้า ซั่วซานเท้าคางครุ่นคิดอยู่นานถึงสิบนาที
เขากำลังชั่งใจว่าระหว่างฆ่าหลี่จิ้นตรงนี้กับทายต่อไป อย่างไหนจะเสียหายมากกว่ากัน
เมื่อคิดได้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่มือของเจ้าของร้าน ซั่วซานจึงเลือกเล่นต่อ
กฎที่ตั้งไว้บนโตพนันกันห้ามละเมิด นี่เป็นกฎข้อแรกและสำคัญที่สุดของโรงเหล้า
พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าซั่วซานทายไม่ถูก เขาก็ต้องเล่นต่อไปเรื่อย ๆ
หลี่จิ้นมองซั่วซานที่กำลังโมโหจนแทบคลั่ง แล้วแอบหัวเราะในใจ
คราวนี้ได้กำไรบานเบอะ
ที่จริงเคล็ดลับของหลี่จิ้นนั้นง่ายมาก แค่เก็บลูกเต๋าเข้าไปในกล่องเซฟซ้ำ ๆ ก็พอแล้ว
หยิบด้วยมือซ้าย รับด้วยมือขวา ต่อให้ถูกทาย หลี่จิ้นก็ยังสลับตำแหน่งลูกเต๋าได้ในพริบตา
ตอนนี้เขาได้เหรียญทองมาแล้ว 27 เหรียญ ที่สำคัญกว่านั้นคือค่าความมีสติเพิ่มขึ้น 155 แต้ม กลับมาอยู่ที่ 300 แต้มทันที
ช่วงแรก ๆ ชนะหนึ่งครั้งจะฟื้นค่าความมีสติได้แค่หนึ่งหรือสองแต้ม แต่เมื่อชนะต่อเนื่องยาวนานขึ้น ฝูงชนที่มุงดูก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง ค่าความมีสติที่ฟื้นคืนมาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว
จากสถานการณ์ของทั้งคู่ตอนนี้ แพ้หรือชนะครั้งเดียวก็ทำให้ค่าความมีสติเปลี่ยนไปเป็นสิบแต้มแล้ว
ดูจากสภาพซั่วซาน อีกไม่นานก็คงเสียสติเต็มที
ซั่วซานจดจ่ออยู่กับมือทั้งสองข้างของหลี่จิ้น พยายามจับพิรุธวิธีสับเปลี่ยนมือของเขาไม่หยุด
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลี่จิ้นไม่ได้โกงด้วยฝีมือบนมือ
จะโทษว่าซั่วซานโง่ก็ไม่ได้ สถานการณ์ตอนนี้ก็เหมือนทั้งคู่กำลังเล่นไพ่โต้วตี้จู่ ซั่วซานพยายามเดาว่าหลี่จิ้นซ่อนไพ่คิงหนึ่งคู่หรือไพ่สองสี่ใบไว้ในมือ
แต่เขาคงไม่มีทางคิดได้ว่าหลี่จิ้นถือมังกรขาวตาสีฟ้าอยู่หนึ่งใบ
“มือซ้าย ต้องเป็นมือซ้ายแน่!”
