แน่นอนว่าหลี่จิ้นไม่ได้มีรสนิยมแบบเฉาเหมิ่ง เขาแค่ขี้เกียจลงมือเอง
หลังจากชาร์ลีถอดเสื้อผ้าจนเหลือแค่กางเกงใน หลี่จิ้นถึงเริ่มสั่งให้เขาถอดอุปกรณ์จากตัวชายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเฉาเหมิ่ง
15 นาทีต่อมา ข้าวของทั้งหมดก็ถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบตรงหน้าหลี่จิ้น
มีเหรียญทอง 13 เหรียญ หลี่จิ้นเก็บเข้ากระเป๋าทันที
ส่วนอุปกรณ์นั้น เฉาเหมิ่งไม่กล้าไปหาเรื่องเจ้าหน้าที่ที่แข็งแกร่งในคุกใต้ดิน อุปกรณ์ที่ปล้นมาได้ส่วนใหญ่จึงเป็นของคุณภาพสีเทา
อาวุธมีค้อนมือเดียวกับโล่ มีดพับหนึ่งเล่ม มีดปลาไส้ตันหนึ่งเล่ม แล้วก็ดาบหักอีกหลายเล่ม
ส่วนเครื่องป้องกันมีมากกว่า ตั้งแต่หมวกเกราะไปจนถึงรองเท้า รวมแล้วสิบกว่าชิ้น
อุปกรณ์สีขาวก็มีไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นของเก่าพัง ๆ ที่เอามาจากนักรบโครงกระดูก ของที่ใช้ได้จริงมีแค่ 5 ชิ้น
ได้แก่ ขวานมือเดียว ธนูสั้นหนึ่งคันกับลูกธนูสิบกว่าดอก เกราะอ่อนกับปลอกแขนของเฉาเหมิ่ง และถุงมือของชายชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลี่จิ้นหยิบเกราะอ่อนโลหะขึ้นมาก่อน คุณสมบัติเหมือนกับเกราะหนังแรดดำ เพิ่มพละกำลัง 2 แต้ม
แม้วัสดุจะแตกต่างกัน แต่ทั้งคู่เป็นอุปกรณ์คุณภาพสีขาว ความสามารถในการป้องกันจึงไม่ต่างกันมาก
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ เกราะอ่อนมีค่าความทนทาน 150 แต้ม มากกว่าเกราะหนังแรดดำถึงสองเท่า แต่แลกมากับน้ำหนักที่มากกว่าและขยับตัวลำบากขึ้น
หลี่จิ้นชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกสวมเกราะอ่อน
ด้วยพละกำลังในตอนนี้ น้ำหนักของเกราะอ่อนไม่ได้เป็นภาระมากนัก
แต่ถ้าจะเลือกอุปกรณ์ไว้ใช้ระยะยาว สิ่งแรกที่หลี่จิ้นให้ความสำคัญคือความเบาสบาย
อย่างไรเสีย ตอนนี้กล่องเซฟก็รับน้ำหนักได้จำกัด เกราะอ่อนหนักเกือบ 20 กิโลกรัม จะเก็บไว้ในนั้นนาน ๆ ก็ไม่คุ้ม
แต่ความทนทานของเกราะหนังเหลือไม่ถึงหนึ่งในสี่แล้ว ในโลกนี้ใช้เกราะอ่อนย่อมดีกว่า
ปลอกแขนกับถุงมือเพิ่มพละกำลัง 1 แต้มและความว่องไว 1 แต้มตามลำดับ หลี่จิ้นที่มือเปล่าอยู่ก็สวมใส่ทันที
คุณสมบัติของขวานมือเดียวกับธนูสั้นถือว่าไม่เลว หลี่จิ้นตั้งใจจะเอากลับไปขายที่ห้องซื้อขาย
