หลี่จิ้นเดินไปข้างเตียงผ่าตัด แล้วคายเฟรเซอร์ออกจากถุงมือ
ซ่า—
เฟรเซอร์ที่ยังลุกไหม้อยู่เผาเบาะบนเตียงผ่าตัดจนดำเกรียมทันที ทำให้ฮูหยินเฉียวสบถด่าเขายกใหญ่
“ให้ตายสิ ไอ้หนุ่มนี่ไม่เลิกนิสัยเสียสักที มีแต่จุดไฟเป็น ดับไฟไม่เป็น!”
เธอดึงเข็มสีดำออกมาจากปลายเตียง ก่อนเตะถุงใต้เตียงหนึ่งที หัวเข็มก็พ่นละอองน้ำสีฟ้าออกมาดับไฟทันที
เธอทาของเหลวสีฟ้าทั่วร่างเฟรเซอร์ พลางฆ่าเชื้อไปด้วย จากนั้นก็ลองกดหน้าอกที่ยุบลงของเขา คิ้วขมวดแน่น
“ก่อนโดนปืนใหญ่เล่นงาน เขาต้องใช้ระบำขวานอะไรนั่นติดต่อกันแน่ กล้ามเนื้อรับภาระหนักเกินไป ไม่อย่างนั้นคงไม่เจ็บหนักขนาดนี้ ประคองชีวิตไว้ก่อนแล้วกัน”
เข็มสีดำหลายเล่มถูกปักลงบนร่างเฟรเซอร์ ลำไส้สีขาวซีดก็เริ่มส่งของเหลวสีแดงเข้มเข้าสู่ร่างกาย เพื่อซ่อมแซมบาดแผลภายใน
เมื่อเห็นว่าฮูหยินเฉียวไม่มีท่าทีจะทำอย่างอื่นในตอนนี้ หลี่จิ้นที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็ถามด้วยความสงสัย
“ฟังจากน้ำเสียงคุณ ก่อนหน้านี้รู้จักเฟรเซอร์อยู่แล้วเหรอ?”
“ยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก คนที่ล่องเรืออยู่ในทะเลแทบทุกคนเคยมาหาฉันให้รักษาแผล โดยเฉพาะพวกไม่กลัวตายอย่างเฟรเซอร์ แวะมาขึ้นเรือฉันอยู่เรื่อย แต่หลังฉันเกษียณก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย”
ฮูหยินเฉียวกดหน้าอกของเฟรเซอร์ที่ยังไม่ฟื้นตัว สีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย ก่อนหยิบมีดผ่าตัดที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา
“สารสกัดจากเห็ดฟื้นฟูมีผลจำกัด คราวนี้เขาบาดเจ็บหนักเกินไป มีแค่รักษาตามอาการ หรือไม่ก็ต้องดัดแปลงร่างกาย”
“แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?”
“รักษาตามอาการก็คือผ่าท้องแล้วก็ให้กินยา แต่ต้องพักฟื้นอย่างน้อยครึ่งปี แถมฝีมือจะถดถอยไปไม่น้อย ข้อดีคือไม่เสี่ยงถึงชีวิต”
หลี่จิ้นส่ายหน้า ปฏิเสธทางเลือกนี้ทันที
