ภายในตู้รถม้า ทั้งสองนั่งอยู่ข้างโต๊ะน้ำชาทรงกลม บรรยากาศเป็นกันเองอย่างยิ่ง
หลี่จิ้นวางถ้วยชาลงอย่างอารมณ์ดี สถานการณ์ราบรื่นกว่าที่เขาคิดไว้มาก
เดิมทีเขายังกังวลว่าฮอปจะไม่ค่อยสนใจแร่เหล็กโลหิต ที่ไหนได้ พอหยิบเจ้าก้อนน้อยแวววาวเหล่านั้นออกมา ใบหน้าแก่ ๆ ของฮอปก็แทบยิ้มบานเป็นดอกไม้
ที่แท้แร่เหล็กโลหิตเป็นของที่ขาดตลาดในเมืองหลวง ถึงขั้นที่เหล่าขุนนางแย่งกันซื้ออย่างบ้าคลั่ง
พูดให้ถูกคือ ยาน้ำเล่นแร่แปรธาตุที่ใช้แร่เหล็กโลหิตเป็นวัตถุดิบหลัก
ช่วงแรก ทหารรับจ้างบางคนที่ร่างกายแข็งแกร่งพบว่าเมื่อนำแร่เหล็กโลหิตมาบดเป็นผง ผสมลงในน้ำแล้วดื่ม จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกายได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
แต่วิธีใช้แบบดั้งเดิมนี้สร้างภาระให้ร่างกายมากเกินไป ทหารรับจ้างไม่น้อยจึงมีผลข้างเคียงตกค้าง
ต่อมาเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุได้ลองผิดลองถูกจนพบว่า หากเจือจางในสัดส่วนที่เหมาะสม แล้วเติมส่วนผสมเสริมฤทธิ์อ่อน ๆ เข้าไป คนทั่วไปก็สามารถดื่มได้
แม้จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกายได้ไม่มาก แต่ก็เพิ่มความอึดได้อย่างมหาศาล
ที่สำคัญกว่านั้น ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอวัยวะบางส่วนของร่างกายด้วย
พอเห็นฮอปขยิบตาพูดเรื่องพวกนี้ หลี่จิ้นก็อดยกมือกุมหน้าผากพลางยิ้มขื่นไม่ได้
ลองคิดดูให้ดี แร่เหล็กโลหิตก็เป็นเหมือนสารสกัดเข้มข้นจากเนื้อและเลือด สรรพคุณบำรุงเลือดและลมปราณย่อมสมเหตุสมผล
ดูท่ายาชนิดนี้คงขายดีในทุกโลกจริง ๆ
หลี่จิ้นมีแร่เหล็กโลหิตธรรมดา 30 เม็ด ระบบประเมินราคาไว้ที่ 120 เหรียญลิฟต์ หรือ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ส่วนฮอปยินดีซื้อทั้งหมดในราคาเม็ดละ 1 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน
ดูจากสีหน้าปลื้มปริ่มของเขาแล้ว คงพอใจกับราคานี้มาก
น่าเสียดายที่ฮอปไม่สนใจแร่เหล็กโลหิตระดับสูงกว่า ผลของมันรุนแรงเกินไป ไม่เหมาะให้คนทั่วไปใช้
นอกจากนี้ หลี่จิ้นยังขายของที่ยึดมาได้จากถ้ำสัตว์ให้ฮอปด้วย
อุปกรณ์ของมู่ลาดามีราคาดีที่สุด ขายได้เงินรวม 25 เหรียญทอง
ตอนนี้หลี่จิ้นจึงเหลือแร่เหล็กโลหิตชั้นสูง 11 เม็ด แก่นแร่เหล็กโลหิต 2 เม็ด และเงินสด 261 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน
