ช่างตีเหล็กหยิบมีดสั้นกับเล็บผีกินศพขึ้นมา แววตาเผยความสนใจอย่างชัดเจน
“ไม่เลว ถ้าเติมผงกระดูกผีกินศพลงไปอีกหน่อยก็น่าจะไม่มีปัญหา แถมอาจยกระดับมันขึ้นไปอีกขั้นได้ด้วย แต่ยังมีวิธีที่ดีกว่าการหลอมขึ้นรูปใหม่อยู่นะ”
ช่างตีเหล็กวางมีดสั้นลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
“ไอ้หนุ่ม เคยคิดจะหลอมรวมอาวุธสักชิ้นไหม?”
“หลอมรวมเหรอ?”
หลี่จิ้นสังเกตเห็นว่าช่างตีเหล็กกำลังจ้องจุมพิตอสรพิษตรงเอวของเขา หัวใจพลันกระตุกวูบ
“คุณหมายถึงเอาอาวุธสองชิ้นมาหลอมรวมกัน แล้วทำเป็นอาวุธชิ้นใหม่เหรอ?”
ช่างตีเหล็กพยักหน้า เขาใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดคราบน้ำมันบนมือ แล้วพูดอย่างตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ
“อาวุธสองชิ้นนี้พอจะเข้าตาฉันอยู่ ถ้ามีเล็บผีกินศพกับแร่เหล็กโลหิตชั้นดี แล้วก็เลือดอีกาดำสักขวด ฉันยอมทำข้อยกเว้นตีอาวุธชิ้นใหม่ให้คนต่างถิ่นอย่างนายได้”
หลี่จิ้นอดลูบคางไม่ได้ พูดตามตรง เขาหวั่นไหวมาก
หลังจากเรียนรู้ทักษะของโจรแล้ว อาวุธในมือของเขาย่อมต้องมีทั้งระยะไกลและระยะประชิด
เดิมทีเขายังลังเลว่าจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งดี แต่ถ้าหลอมรวมเป็นชิ้นเดียวได้ก็คงดีที่สุด
ปัญหาเดียวคือ เขามีเงินมากพอหรือเปล่า
ราวกับรู้ว่าหลี่จิ้นกระเป๋าแบน ช่างตีเหล็กโบกมือใหญ่ ๆ แล้วพูดว่า
“ฉันไม่เคยเอาเปรียบใคร เลือดอีกาดำฉันมีอยู่ขวดหนึ่งพอดี รวมค่าหลอมใหม่แล้วทั้งหมด 30 เหรียญทอง แต่แร่เหล็กโลหิตชั้นดีนายต้องไปหาเอง ของแบบนั้นหายากมาก ก้อนหนึ่งราคาตั้งสิบกว่าเหรียญทอง”
หลี่จิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตกลงทำการค้าทันที
ถ้าหลอมออกมาเป็นอาวุธชั้นดีได้จริง 3,000 เหรียญลิฟต์ก็คุ้มแน่นอน
ช่างตีเหล็กตีราคาศพผีกินศพให้อย่างเป็นธรรมที่ 40 เหรียญทอง หลี่จิ้นวางเงินมัดจำไว้ 10 เหรียญทอง ส่วนที่เหลือค่อยจ่ายหลังจากนำแร่เหล็กโลหิตกลับมาให้หลอมใหม่
