ฝนกระหน่ำไม่หยุด
สายฝนปนเลือดชะล้างท่าเรือจนแดงฉาน
ผมเปียกชุ่มของหลี่จิ้นแนบติดหน้าผาก เขายืนอยู่บนกำแพง มองลงไปยังการต่อสู้เบื้องล่างโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หัวหน้าทหารม้ามนุษย์หมูอาละวาดไปทั่วร่างของมันเต็มไปด้วยศพคืนชีพ เลือดเหนียวข้นพุ่งออกจากบาดแผลไม่หยุด มันสังหารโจรสลัดที่ปีนขึ้นฝั่งราวกับเครื่องจักรที่ไม่มีวันเหนื่อยล้า
ปืนคาบศิลาสองลำกล้องของดาหวาหลี่ถูกทิ้งไว้บนพื้น กระสุนหมดเกลี้ยง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บ เขาทำได้เพียงต้านจระเข้ยักษ์ด้วยวิชาดาบที่เน้นท่วงท่าหนักหน่วง
ส่วนจระเข้ยักษ์ก็ไม่อวดดีเหมือนก่อน ความเร็วในการฟื้นฟูร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัด มันเริ่มลังเลทุกครั้งที่โจมตี
หลี่จิ้นเหลือบดูเวลาที่หนวดดำขึ้นฝั่ง ตัวเลขหยุดค้างอยู่ที่ 6 วินาทีอย่างนั้น
ดูเหมือนเขาไม่มีความคิดจะลงจากเรือเลย ปล่อยให้ลูกน้องตายไปเรื่อย ๆ ส่วนศพคืนชีพที่เขาอุตส่าห์สร้างขึ้นมาก็ถูกใช้ไปทีละตัว
เรื่องนี้ทำให้หลี่จิ้นรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึก ๆ
อีกทั้งดวงตาคู่นั้นที่เรืองแสงสีแดงก็จับจ้องตามเขาไม่วาง มุมปากมีรอยยิ้มที่อ่านไม่ออกประดับอยู่
แม้จะไม่รู้ว่าหนวดดำกำลังคิดแผนอะไรอยู่ แต่คนโง่ยังดูออกว่าเขาไม่รีบร้อนเลยสักนิด
เพราะคนที่กำลังร้อนใจจริง ๆ กำลังด่ากราดอยู่ที่ท่าเรือ
“เอ็ดเวิร์ด ลงมาจูบก้นพ่อแกเดี๋ยวนี้!”
พลตรีหลายคนทำได้เพียงยืนล้อมบาร์บอสซาไว้ด้วยสีหน้าจนใจ
อดีตโจรสลัดวัยเกือบ 60 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งพลเรือเอกแห่งราชนาวีอังกฤษ ถอดกางเกงต่อหน้าผู้คนมากมาย เผยก้นเหี่ยวย่นหย่อนคล้อยออกมายั่วยุหนวดดำ
หนวดดำแค่ปรายตามองก้นแก่ ๆ นั่น ก่อนจะหันกลับไปจับจ้องหลี่จิ้นต่อ
“...แม่งเอ๊ย ไอ้จิ้งจอกเฒ่านี่คิดจะทำอะไรกันแน่?”
บาร์บอสซาดึงกางเกงขึ้นอย่างไม่เต็มใจ พลางบ่นด่าไปด้วยขณะคาดเข็มขัด
หลี่จิ้นขมวดคิ้วแน่น การเคลื่อนไหวของหัวหน้าทหารม้ามนุษย์หมูเชื่องช้าลงเรื่อย ๆ ร่างอ้วนใหญ่เริ่มปริแตกร้าวอย่างไม่อาจฟื้นคืน
