เฟรเซอร์เงยหน้าขึ้น มองหลี่จิ้นราวกับเห็นสัตว์ประหลาด
“คุณหมายถึงจะไปล่วงเกินเดวี โจนส์ เจ้าแห่งเจ็ดคาบสมุทร แล้วฆ่าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเขางั้นเหรอ?”
“ใช่”
“หมึกยักษ์ทะเลที่ทำลายเรือรบลำใหญ่ได้ง่าย ๆ นั่นน่ะนะ?”
“ใช่แล้ว”
“ถึงจะถูกเรือฟลายอิงดัตช์แมนไล่ล่าไปตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร?”
“แน่นอน”
“คุณเอาจริงเหรอ?”
“เอาจริง”
เฟรเซอร์หลับตาลง เงียบไปเต็มสิบวินาทีก่อนจะลืมตาขึ้น
“แม่งเอ๊ย ลุยก็ลุย”
หลี่จิ้นช่วยพยุงเฟรเซอร์ให้ลุกขึ้นนั่ง เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า
“เดวี โจนส์ต้องคำสาปของเรือฟลายอิงดัตช์แมน ทุกสิบปีถึงจะขึ้นฝั่งได้สักครั้ง แม้จะผ่านมาสิบปีแล้วนับจากครั้งล่าสุดที่เขาขึ้นฝั่ง แต่เขาคงไม่เลือกใช้โอกาสนั้นที่ท่าเรือวิกตอเรียหรอก ยังไงตำแหน่งที่แน่ชัดของเรือแบล็กเพิร์ลก็ยังไม่รู้”
“แล้วเขาจะไปที่ไหน?”
“มีโอกาสสูงว่าจะเป็นท่ารอยัล สวรรค์ของโจรสลัดที่หนวดดำสร้างขึ้น ไม่ว่าจะชิงเข็มทิศมาได้หรือไม่ หนวดดำก็ต้องกลับไปเติมเสบียงที่ท่ารอยัลแน่ ถ้าผมเป็นเดวี โจนส์ ผมจะไปดักรออยู่ที่นั่น”
หัวใจของหลี่จิ้นกระตุกวูบ เรื่องนี้กลับตรงกับภารกิจสอดแนมของเขาพอดี
เดิมทีเขาคิดว่าคนที่ยึดท่ารอยัลได้ต้องเป็นกองทัพเรือ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเดวี โจนส์ก็อาจลงมือด้วย
ดูท่าไม่ว่าหนวดดำจะสำเร็จหรือไม่ ชะตากรรมของท่ารอยัลก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
ในฐานะโจรสลัดระดับตำนานที่มีฝีมือสูสีกับหนวดดำ ความสามารถของเดวี โจนส์ย่อมไม่ธรรมดา ยิ่งกว่านั้น ตอนนั้นคงไม่มีกองทัพเรือคอยหนุนหลัง หลี่จิ้นจำเป็นต้องรวบรวมกองเรือที่สามารถต่อกรกับโจรสลัดระดับตำนานได้
หลี่จิ้นลองคำนวณดู กองเรือที่เขารวบรวมได้ในตอนนี้มีฝีมือเหนือกว่ากองโจรสลัดขวานดำ แต่ยังห่างชั้นกับกองโจรสลัดระดับตำนานอยู่มาก
“พลเรือโทอย่างโดโนแวน ดาวารี และคังเต๋อ คุณมั่นใจไหมว่าจะเอาชนะพวกเขาแบบตัวต่อตัวได้?”
