สวี่เชียนเห็นว่าหลานสาวดื้อดึงไม่ยอมฟัง ก็เริ่มหมดความอดทน “หรานหราน ฉันจะพูดความจริงให้ฟังนะ ที่แม่เธอทำกับเธอแบบนี้ ก็เพราะยังขุ่นเคืองพ่อของเธออยู่”
“ตอนนั้นแม่เธอยังเด็ก ชอบเที่ยวเล่น ไม่รู้ยังไงถึงถูกพ่อเธอตามตอแยเข้าให้ ต่อมาแม่เธอก็ตั้งท้อง แม่เธออยากให้พ่อเธอพากลับไปเมืองหลวงตี้จิงเพื่อพบพ่อแม่ แต่พ่อเธอกลับยืดเยื้อไม่ยอมทำอะไร สุดท้ายเธอก็เกิดมา แม่เธอถึงได้พาลไม่ยอมเลี้ยงดูเธอ”
“ถ้าจะพูดถึงความแค้น เธอควรแค้นพ่อแท้ ๆ ของเธอมากกว่านะ เขาเป็นคนเริ่มต้นก่อนแล้วก็ทิ้งแม่เธอไป สุดท้ายยังทิ้งเธอไว้แล้วแอบหนีไป ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย”
อันหรานถามเสียงเย็นชา “พูดจบหรือยัง? ถ้าจบแล้วฉันวางสายล่ะ”
เธอไม่อยากพูดกับคนแซ่สวี่อีกแม้แต่คำเดียวแล้ว
พอสวี่เชียนได้ยินว่าหลานสาวจะวางสาย ก็ร้อนใจขึ้นมา “เธอเลิกดื้อดึงสักทีได้ไหม? ตอนนี้แม่กับน้องสาวเธอถูกขังอยู่ในสถานกักกันของสำนักงานความมั่นคง ต้องใช้ 200,000 แต้มถึงจะประกันตัวออกมาได้ เรื่องนี้เธอต้องรับผิดชอบ”
อันหรานหัวเราะเยาะ “พวกเธอถูกขังก็สมควรแล้ว ฉันเป็นเหยื่อแท้ ๆ จะให้ฉันไปประกันตัวทำไม?”
“พวกเธอเป็นญาติสายเลือดเดียวกับเธอนะ! ยังจะถามอีกว่าทำไม?” สวี่เชียนเดือดดาลอย่างคนไร้ทางทำอะไร
“หึ! ญาติสายเลือดเดียวกันงั้นเหรอ?”
อันหรานแทบอยากหัวเราะให้ลั่น “น้าก็เป็นญาติสายเลือดเดียวกับพวกเธอเหมือนกันนี่ ทำไมน้าไม่ไปประกันตัวล่ะ?
“อ้อ จริงสิ แต้มหนึ่งล้านที่สวี่ฮุ่ยฟางผลาญไป น้าก็คงได้ผลประโยชน์ไม่น้อยเหมือนกันสินะ ไม่อย่างนั้นคนไม่มีพลังพิเศษอย่างน้าจะได้เข้าไปทำงานในธนาคารได้ยังไง?”
