อันหรานออกจากหน้าสื่อสาร แล้วคำนวณบัญชีของตัวเองในใจ
หนึ่งแสนสามหมื่นสามพันแต้ม บวกกับค่ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่กู้เส้าชวนจ่ายล่วงหน้าอีกห้าหมื่น รวมแล้วก็เกินหนึ่งแสนแปดหมื่นแต้ม
ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะขาของเธอยังรักษาอยู่ ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้จึงยังไม่รู้แน่ชัด
ตอนนี้ในบัญชีของเธอมีแต้มอยู่เกินเก้าหมื่น ซึ่งทั้งหมดแลกมาจากการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงทำงานให้กองทหารรับจ้างแท้ ๆ แต่พอหันกลับมา เธอกลับกลายเป็นฝ่ายติดหนี้พวกเขาเกินเก้าหมื่นแต้ม แบบนี้จะไปหาเหตุผลจากที่ไหนได้?
อันหรานรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก แถมยังโดนหลอกอย่างหนัก
เพราะเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบเป็นฝีมือกองทหารรับจ้าง จึงนำมาสู่วิกฤตที่ตามมาอีกมากมาย
มองแบบนี้แล้ว เธอก็เป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตัวจริงเสียงจริง
แต่ตอนนี้เธอก็รอดกลับมาแล้ว แถมยังเป็นหนี้อีก ต่อให้มานั่งเถียงกันว่าใครผิดใครถูกก็ดูไม่มีความหมายเท่าไร
ช่างเถอะ เอาเป็นว่าแบบนี้ก็แล้วกัน
อันหรานหันไปถามซานชีว่า “เธอกับพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ซานชีกะพริบตาปริบ ๆ สีหน้างุนงง “พวกเราจะเป็นอะไรได้ล่ะ? สบายดีทุกคน เมื่อวานพี่ชายกับพี่สะใภ้ยังไปเช่าห้องเล็ก ๆ ในเขตเมืองชั้นใน อยู่ใกล้โรงพยาบาลนี่เอง”
อันหรานพยักหน้า แล้วถามต่อ “แล้วหนิงเหมยกับอีกคนล่ะ? พวกเขากลับบ้านไปแล้วเหรอ?”
“สองคนนั้นไปเรียกเงินจากคนที่กลับมาด้วยกันน่ะ”
“เรียกเงิน? เรียกค่าอะไร?”
“ค่าให้ทหารรับจ้างช่วยชีวิตพวกเขาไง”
ซานชีพูดอย่างจริงจัง “ตอนเธอคุยกับหัวหน้ากู้ ฉันได้ยินหมดแล้ว เขาบอกให้พวกเราจ่ายค่าจ้างทหารรับจ้าง พี่หนิงเหมยก็เลยไปเรียกแต้มจากผู้รอดชีวิตพวกนั้น ถ้าหารกันทุกคนก็คงไม่ต้องจ่ายเยอะ”
