ยามเช้า หมอกบนเทือกเขาฝูหลงยังไม่จางหาย
เฉินหวยอันแบกตะกร้าสมุนไพร ก้าวเข้าสู่ขุนเขาอันกว้างใหญ่ไพศาลอีกครั้ง
“ข้าทนไม่ไหวแล้ว!”
ลั่วอวิ๋นซวงในตะกร้าอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ช่วงวัยทารก สิ่งที่ต้องการที่สุดคือการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ทว่าฟ้ายังไม่สาง นางก็ถูกชายผู้นี้ปลุกขึ้นมา ยัดแป้งเปียกเข้าปากอย่างลวก ๆ แล้วใส่ลงในตะกร้าสมุนไพร
เส้นทางภูเขาคดเคี้ยวและขรุขระ ต่อให้ลั่วอวิ๋นซวงอยากจะนอน ก็ไม่อาจทำได้
“ร่างกายตอนนี้ยังไม่อาจฝึกฝนได้ แถมในถิ่นทุรกันดารนี้ พลังปราณก็เบาบางยิ่งนัก…”
ตอนนี้ลั่วอวิ๋นซวงนอกจากมีพลังญาณที่แข็งแกร่ง และร่างกายดีกว่าทารกทั่วไปเล็กน้อยแล้ว ก็ไม่มีข้อได้เปรียบอื่นใด
ขณะกำลังครุ่นคิด จู่ ๆ นางก็สังเกตเห็นหยกในผ้าห่อตัว
ปีนั้น ก่อนนางจะเลื่อนขั้นเป็นจอมจักรพรรดิ์ ได้เข้าไปฝึกฝนในแดนลับศักดิ์สิทธิ์ และพบหยกชิ้นนี้ในซากโบราณสถานของแดนลับ รู้สึกว่าหยกนี้ไม่ธรรมดา แต่กลับไม่เคยรู้วิธีใช้เลย
ถูกผู้ใดลอบทำร้าย หากไร้หยกปกปักรักษากาย ต่อให้ใช้วิชาลับของสวรรค์ นางก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ในสวรรค์ มีสมบัติล้ำเลิศนับไม่ถ้วน มีเพียงหยกชิ้นนี้เท่านั้น ที่หลังจากลั่วอวิ๋นซวงได้มา ก็พกติดกายตลอด
“ของสิ่งนี้ แท้จริงต้องใช้อย่างไร?”
ลั่วอวิ๋นซวงคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ
“ถั่งเช่าสีม่วง!”
ใต้ร่มไม้สูงตระหง่าน ดอกไม้สีชมพูอมม่วงดอกหนึ่ง กำลังค่อย ๆ เบ่งบาน
เมื่อก่อน สมุนไพรชนิดนี้มีมากมาย ตอนนี้กลับเริ่มหายาก โดยเฉพาะถั่งเช่าสีม่วงที่มีอายุหลายปี สามารถขายได้ถึงสามพันอีแปะ!
ส่วนถั่งเช่าสีม่วงตรงหน้าเฉินหวยอันนี้ อายุมากสุดก็แค่หนึ่งปี คงได้ประมาณหนึ่งถึงสองร้อยอีแปะ สำหรับเขาแล้ว ไม่นับว่าน้อย
“โครม!”
ยังไม่ทันที่เฉินหวยอันจะก้าวเข้าไปเด็ด เสียงคำรามของพยัคฆ์ก็ดังสนั่น ใบไม้ร่วงหล่นไม่น้อย
“พยัคฆ์ปิศาจ!”
เฉินหวยอันมองตามเสียง รูม่านตาหดเล็กลงทันที ตั้งแต่ข้ามภพมา ไม่เคยมีช่วงเวลาคับขันเช่นนี้
“จะให้โอกาสข้าข้ามภพอีกครั้งไหม?”
เฉินหวยอันจ้องมองเห็นชัด พยัคฆ์ตัวนั้นขนทั้งตัวขาวโพลน มีเพียงตรงหน้าผากที่มีขนสีทองสามกระจุกรวมกันเป็นตัวอักษร “อ๋อง” ปลายกรงเล็บลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน
เขาคว้าจอบสมุนไพรกลับมือ ฟันใส่ ทว่าพยัคฆ์ปิศาจเพียงแค่ขยับปีกจมูก มิได้แม้แต่จะหลบหลีก
จอบสมุนไพรกระแทกลงบนตัวพยัคฆ์ปิศาจอย่างแรง แต่กลับไม่ทำให้มันรู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
“บัดซบ! คราวนี้ตายแน่!”
เฉินหวยอันเพิ่งหันหลังวิ่งหนี พยัคฆ์ปิศาจก็ตะปบเข้ามาหนึ่งที พอดีถูกตะกร้าสมุนไพร ร่างเฉินหวยอันกระเด็นล้มคว่ำ ทารกในตะกร้าถูกเหวี่ยงออกมา
“พยัคฆ์อสูรกระจอก กล้าอาจหาญต่อหน้าข้า!”
ลั่วอวิ๋นซวงโกรธกริ้วในใจ แม้ไม่อาจใช้พลังวัตรใด ๆ ได้ แต่การกดดันของพลังญาณ กลับมีผลสะกดข่มอย่างรุนแรงต่อพยัคฆ์ปิศาจที่เพิ่งก้าวเข้าสู่การฝึกฝน
พยัคฆ์ปิศาจตัวสั่นเทาสะท้าน ทันทีที่พลังกดดันปกคลุม ก็เผ่นหนีไปอย่างลนลาน
“แค่ก ๆ… มันหนีไปได้อย่างไร?”
เฉินหวยอันกุมศีรษะ เมื่อครู่กระแทกเข้ากับก้อนหิน แขนและหน้าผากถลอกปอกเปิก
“เจ้าตัวเล็ก!”
ไม่ทันใส่ใจบาดแผลของตน เฉินหวยอันรีบวิ่งไปที่ตะกร้าสมุนไพร ตรวจดูทารก
“แง!”
ทารกร้องไห้ดังลั่น ดูเหมือนจะตกใจไม่น้อย
ร่างกายเล็กบอบบาง ยังไม่อาจรองรับการสำแดงอิทธิฤทธิ์ของลั่วอวิ๋นซวง เมื่อครู่เพียงใช้พลังญาณไปเล็กน้อย ก็ถูกผลสะท้อนอย่างรุนแรง ทำให้นางหมดสติไปในชั่วพริบตา
เฉินหวยอันปลอบอยู่นาน ทารกจึงค่อย ๆ สงบลง
“นั่น… หยกเล่า?”
เฉินหวยอันพบว่าหยกในผ้าห่อตัวหายไปแล้ว นี่เป็นของสำคัญชิ้นเดียวของทารก และดูไม่ธรรมดา ต่อไปหากลำบากเกินไป ก็ยังเอาไปจำนำแลกเงินได้บ้าง
หาอยู่พักใหญ่ เฉินหวยอันพบหยกที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ หลายชิ้นข้างก้อนหิน
“แย่แล้ว คราวนี้ขายไม่ออกเสียแล้ว!”
ใจเฉินหวยอันเย็นเฉียบไปครึ่งหนึ่ง วางทารกกลับลงตะกร้า เก็บหยกขึ้นอย่างระมัดระวัง ไม่อาจต่อกลับคืนได้อีก
“น่าเสียดาย…”
“ช่างเถอะ ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน หากพยัคฆ์ปิศาจย้อนกลับมา เช่นนั้นตายแน่!”
เฉินหวยอันกำลังจะจากไป หยกในมือก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมา มือเขาสั่นไม่หยุด ภาพตรงหน้าค่อย ๆ พร่าเลือน
……
“นี่… นี่คือที่ใด?”
เฉินหวยอันกวาดตามองรอบด้านอย่างตื่นตระหนก
“เมื่อครู่ข้าไม่ได้อยู่ที่เทือกเขาฝูหลง… ใต้ต้นไม้ใหญ่ดอกหรือ? เหตุใดถึงมาอยู่ในถ้ำได้?”
“แล้ว เจ้าตัวเล็กล่ะ?”
เฉินหวยอันค่อนข้างไม่รู้จะทำเช่นไร ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาเริ่มมองหาทางออกโดยรอบ
ถ้ำกว้างใหญ่มาก มีพื้นที่แปลงหนึ่งถูกไถพรวนไว้แล้ว ข้าง ๆ มีศิลาจารึก เขียนไว้อย่างคดเคี้ยวสองตัวอักษรว่า “สวนวิญญาณ”
ด้านหลังแปลงสวน มีห้องหินสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นห้องหลอมโอสถ อีกห้องเป็นหอคัมภีร์ ล้วนว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดเลย
ไม่นาน เฉินหวยอันกลับมายังแปลงสวนอีกครั้ง ข้างศิลาจารึก มีจอบสมุนไพร และสมุนไพรอีกสามต้น สองต้นคือบัวเจ็ดใบ และอีกหนึ่งต้นคือถั่งเช่าสีม่วง
“หมายความเช่นไร? ให้ข้ามาปลูกสมุนไพรหรือ?”
เฉินหวยอันหาทางออกไม่ได้ ก็เลยหยิบจอบสมุนไพรขึ้นมา
เขาเป็นคนเก็บสมุนไพร แต่ก็พอรู้เรื่องการย้ายปลูกสมุนไพรอยู่บ้าง สมุนไพรล้ำค่าบางชนิด ไม่สามารถวางทิ้งไว้นานได้ ต้องนำมาปลูกลงใน “กระถาง” แล้วจึงนำไปขายที่ร้านโอสถ
เพียงไม่กี่อึดใจ เฉินหวยอันก็ปลูกสมุนไพรสามต้นลงใน “สวนวิญญาณ” เสร็จ และตักน้ำครึ่งถังจากบ่อน้ำข้าง ๆ มารดที่สมุนไพรทั้งสามต้น
“โอ้โห เร็วปานนี้?”
สมุนไพรสามต้น เติบโตอย่างรวดเร็วจนตาเปล่าเห็นได้ บัวเจ็ดใบ ตรง ๆ กลายเป็นบัวเก้าใบ มูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าหกเท่า!
ส่วนถั่งเช่าสีม่วงนั้นด้อยกว่าเล็กน้อย แต่มูลค่าก็เพิ่มขึ้นสองสามเท่าเห็นจะได้
“นี่ข้ากำลังฝันอยู่หรือไม่?”
เฉินหวยอันยังรู้สึกว่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
“แต่ของพวกนี้ก็กินแทนข้าวไม่ได้ ตอนนี้ข้าต้องการออกไปนะ!”
สิ้นเสียงพูด ทุกอย่างตรงหน้าก็มืดลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองได้ “กลับมา” ใต้ต้นไม้ใหญ่นั้นแล้ว ทารกในตะกร้าด้านหลังนอนหลับอย่างมีความสุข
“เมื่อครู่คือ… เกิดอะไรขึ้น?”
ขณะที่เฉินหวยอันงุนงง ก็พบว่าข้างตัวมีสมุนไพรเพิ่มขึ้นมาสามต้น
“บัวเก้าใบ ถั่งเช่าสีม่วงอายุห้าปี?”
“ไม่ใช่ฝัน?”
“นิ้วทองมาถึงแล้ว?”
เฉินหวยอันเก็บสมุนไพรขึ้นมา แล้วรีบกลับหมู่บ้านตระกูลเฉินอย่างรวดเร็ว
ตลอดทาง เขาคิดทบทวนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในสองวันนี้ไม่หยุด
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมด เริ่มต้นจากการเก็บทารกหญิงมา แม้แต่ “นิ้วทอง” นี้ ก็เกี่ยวข้องกับหยกของนาง ชาติตระกูลของทารกนี้ ต้องมีที่มาใหญ่หลวงแน่นอน
แต่ความเข้าใจของเขาต่อโลกนี้นั้นจำกัดยิ่งนัก จำกัดอยู่เพียงแค่ “พื้นที่น้อยนิด” ของหมู่บ้านตระกูลเฉิน แม้แต่อำเภอเฟิงหลิงก็มีเพียงความทรงจำเลือนรางของร่างเดิมเท่านั้น
“จะเข้าไปได้อย่างไรนะ?”
กลับถึงบ้าน เฉินหวยอันเริ่มคิดว่าจะเข้าไปในถ้ำนั้นอีกครั้งได้อย่างไร
“หรือว่า นี่คือสถานที่ที่มีอยู่ในญาณวิญญาณ…”
เขาหลับตา รวบรวมสมาธิทั้งหมด
“กลับไปที่ถ้ำ!”
ผ่านการลองผิดลองถูกหลายครั้ง เฉินหวยอันก็สามารถเข้า ๆ ออก ๆ “ถ้ำ” ได้อย่างอิสระ ต่อไปก็คือการศึกษาวิจัย “สวนวิญญาณ”
น่าเสียดาย ที่ในมือเขามีสมุนไพรเพียงสองชนิดนี้ ปลูกลงในสวนวิญญาณอีกครั้ง ก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดอีก
“ดูท่าจะต้องเข้าเมืองสักรอบ ไปซื้อสมุนไพรมาลองเสียแล้ว!”