เมืองใน ลานประลองกลางจัตุรัส เวทีประลองการแข่งขันปีใหม่
ผู้บัญชาการกองธงใหญ่ทั้งสี่แห่งกองบัญชาการปราบปรามขึ้นเวที ซุนเสวียนอู๋ตรวจดูอาการบาดเจ็บของเฉินหวยอันก่อน แล้วรีบนำโอสถเม็ดหนึ่งมาห้ามเลือดให้เขา
หลินชิงหลงเหลียวกลับไปมองผู้บัญชาการกองธงอีกสองคน “ผลการประลองครานี้...”
“ให้เฉินอาหลิวสิ!” หลี่ฉีหลินเอ่ยเสียงทุ้ม
เพราะอย่างไรเสีย หากเมื่อครู่เฉินหวยอันไม่หักห้ามพลัง หนักที่สุดเขาก็แค่บาดเจ็บสาหัส ส่วนหลี่เหวยอี้คงกลายเป็นศพไปแล้ว
ตระกูลหลี่ไม่ใส่ใจแพ้ชนะในการประลองนี้ เพียงต้องการให้หลี่เหวยอี้แสดงพลังฝีมือของตนออกมา ซึ่งเขาก็ทำได้โดดเด่นเพียงพอ ทว่าเฉินหวยอันกลับเหนือความคาดหมายของทุกคนจริง ๆ
เป็นเพียงไพร่ต่ำต้อยครัวเรือนเร่ร่อน กลับสามารถฝึกแปดทิศสะท้านขุนเขาจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ สองสามเดือน พรสวรรค์เช่นนี้ ต่อให้เป็นหลี่เหวยอี้ก็ยังต้องยอมแพ้
วันนี้ยังมีขุนนางจากเขตเจียงหลิงมาชมการประลอง เมื่อกลับไปถึงเมืองเขตแล้ว ย่อมต้องรายงานเรื่องนี้แก่เจ้าเมือง
ภายภาคหน้า เฉินหวยอันผู้นี้อาจก้าวหน้าผงาดฟ้าก็เป็นได้ อีกทั้งเขายังเป็นศิษย์สายตรงของจ้าวไป๋หู่ หลี่ฉีหลินย่อมไม่อยากผูกพยาบาท และให้เฉินหวยอันชนะ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ผลได้ก็ล้วนมากที่สุด
“อำเภอเฟิงหลิง การประลองปีใหม่ ผู้ชนะเลิศ เฉินอาหลิว!”
หลินชิงหลงกระแอมเสียง แล้วประกาศเสียงดัง
“เขาในสภาพนี้ก็ไม่เหมาะจะรับรางวัล พาเขาลงไปพักรักษาตัวก่อนเถิด ไว้ค่อยชดเชยให้ทีหลัง!” ซุนเสวียนอู๋เสนอ
“ก็ดี!” ผู้บัญชาการกองธงทั้งหลายพยักหน้า
การแสดงอันวิจิตรของปีใหม่ยังดำเนินต่อไป
หลังจากเฉินหวยอันกินโอสถเข้าไปแล้ว เลือดที่ท้องก็หยุดไหล แต่ดูภายนอกยังคงอ่อนแรงยิ่ง
ซุนเสวียนอู๋ยังต้องอยู่ ณ ที่นี้เพื่อปรนนิบัติขุนนาง จึงส่งนักรบยุทธธงสองนายพาเฉินหวยอันไปส่งที่พักของตนก่อน แล้วคอยดูแลอย่างระมัดระวัง
ซุนหรง ซุนเวย เป็นบุตรอนุภรรยาของสกุลซุน เป็นนักรบยุทธธงแห่งกองธงเต่าดำ เพิ่งสำเร็จขั้นฝึกหนัง ทั้งสองพอมีไหวพริบ จึงถูกซุนเสวียนอู๋เก็บไว้ข้างกายเป็นเด็กรับใช้
