เจ้าหน้าที่โจวเห็นบรรยากาศตึงเครียดเกินไป จึงเกลี้ยกล่อมว่า “พวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้น ทั้งสองท่านพูดกันให้น้อยลงหน่อยเถอะ เจ้าหน้าที่หวัง อย่าตำหนิคนอื่นตามใจชอบ พวกเราก็ระดับเดียวกัน แม้ว่าท่านจะทำงานในโรงงานมานานกว่า ทั้งอายุก็มากกว่า แต่พูดเช่นนั้นกับเขาก็ไม่เหมาะ”
“แล้วก็เสี่ยวจี้ พูดให้น้อยลงหน่อย เจ้าหน้าที่หวังไม่ได้มีเจตนาอื่น เขาแค่เตือนให้เธอระวังผลกระทบ ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก เขาอาจอายุมากแล้ว เลยทนเห็นเรื่องแบบนี้ไม่ได้ คิดมากไปหน่อย ทั้งยังพูดไม่เก่ง แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย เธอเห็นใจเขาหน่อยนะ”
“เห็นใจไม่ได้ค่ะ” จี้หยางกล่าว “เขามีสิทธิ์อะไรมาพูดตำหนิฉันตามใจชอบ เพราะในห้องนี้ฉันอายุน้อยที่สุด เลยคิดว่าฉันรังแกง่ายอย่างนั้นหรือคะ?”
เจ้าหน้าที่โจว “……” จะว่าไป ก็มีความเป็นไปได้จริง ๆ
เขากระแอมเบา ๆ แล้วเกลี้ยกล่อมต่อ “พวกเราทำงานร่วมกันในสำนักงานเดียวกัน เสี่ยวจี้เองก็พูดแล้วว่าเราควรช่วยเหลือและสามัคคีกัน คำพูดที่เจ้าหน้าที่หวังพูดเมื่อครู่ไม่ถูกต้องก็จริง แต่เสี่ยวจี้ก็ไม่ได้ยอมให้อีกฝ่ายเหมือนกัน พูดกลับไปแล้ว เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ พวกเราจับมือคืนดีกัน ดีไหม?”
พูดจบ เมื่อเห็นจี้หยางเงียบ เขาก็พูดเพิ่มอีกสองสามประโยค “ต่อไปยังต้องทำงานร่วมกันอีก เจอกันทุกวันทั้งเช้าเย็น อย่าทำให้ความสัมพันธ์บาดหมางเลย อีกอย่าง ประธานทั้งสองท่านปกติก็ยุ่งมาก เสี่ยวจี้ เรื่องวันนี้ก็ให้แล้วกันไปก่อน ถ้าคราวหน้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีก พวกเราค่อยไปหาประธาน”
จี้หยางมองหวังโส่วอี้
