ไฟในห้องบันทึกรายการสว่างขึ้น กล้องค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ จี้หยางนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้เรียบง่าย ก่อนเอ่ยกับกล้องอย่างสงบนิ่ง
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชมทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่รายการสายลมใหม่แห่งยุคสมัยในตอนนี้ กระแสการปฏิรูปและเปิดประเทศแผ่ไปทั่วแผ่นดิน ผู้คนธรรมดานับหมื่นนับแสนคว้าโอกาสแห่งยุคสมัย ใช้สองมือขยันขันแข็งสร้างฐานะให้มั่งคั่ง”
“เมื่อก่อนเรามักพูดกันว่า ชีวิตควรดำเนินไปอย่างสงบมั่นคง แต่ในวันนี้มีคนกล้าบุกเบิกและลงมือทำกลุ่มหนึ่ง พวกเขาอาศัยความสามารถของตนเองจนกลายเป็น ‘ครัวเรือนหมื่นหยวน’”
“แขกรับเชิญที่เราเชิญมาในวันนี้ ก็เป็นหญิงผู้เก่งกาจเช่นนี้ค่ะ”
“เธอเคยลงชนบทไปปักหลักทำงาน เริ่มต้นจากการเป็นหมอเท้าเปล่า ก่อนจะผันตัวมาเป็นสัตวแพทย์ ค่อย ๆ คลำหาหนทางก้าวไปทีละก้าว”
อาศัยกระแสลมแห่งยุคสมัย เธอสร้างเล้าไก่และเริ่มทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ไม่เพียงสร้างฐานะให้ตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังพาชาวบ้านทั้งหมู่บ้านร่วมกันพัฒนาไปด้วย”
“ต่อไป ขอเชิญทุกท่านมาทำความรู้จักกับเธอไปพร้อมกันค่ะ”
“……”
แม้เมื่อตัดต่อรายการแล้วจะเหลือเพียงครึ่งชั่วโมง แต่การบันทึกเทปกลับใช้เวลานาน เพราะแขกรับเชิญประหม่า จึงต้องอัดซ้ำไปซ้ำมานานถึง 2 ชั่วโมง
พอบันทึกเสร็จ จี้หยางก็ยกแก้วขึ้นดื่มน้ำอึก ๆ ก่อนหันไปมองผู้กำกับ ซึ่งยกนิ้วทำท่าว่าใช้ได้ให้เธอ
จากนั้นเธอก็มองไปยังหัวหน้าทีมรายการ หัวหน้ายกนิ้วโป้งให้ แล้วยังเอ่ยชมว่า “ใช้ได้ ๆ ดีมาก ไม่เลวเลย ๆ”
ผู้ใหญ่คงชมคนกันแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ห้ามความดีใจของจี้หยางไม่ได้
