ต่างจากจี้ม่าน เจียงจื้อหย่วนยังรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เพราะเขารู้ดีว่าคนรักของตัวเองได้มาอย่างไร
แม้ทั้งคู่จะรักกันจากใจจริง แต่ก็ไม่อาจลบเรื่องที่ก่อนหน้านี้คนรักของเขาเคยเป็นคนรักของเจียงเหย่ได้
ตอนนี้ทั้งสี่คนนั่งอยู่ด้วยกัน เจียงจื้อหย่วนจึงรู้สึกแปลก ๆ อยู่ไม่น้อย
“พี่ นี่คือคนรักของผม จี้ม่าน”
“อ้อ~~” เจียงเหย่ลากเสียงคำว่า ‘อ้อ’ ยาวเป็นพิเศษ เห็นได้ชัดว่าจงใจ “แล้วพวกเธอมาหาฉันกับคนรักทำไมล่ะ?”
“คือพวกเราสองคนกำลังจะจัดงานเลี้ยงฉลองแต่งงานน่ะ จัดวันที่ 18 ที่ภัตตาคารของรัฐบนถนนตงอิ๋ง ผมเลยมาชวนอาสะใภ้รองกับพวกพี่ไปกินเลี้ยงครับ”
เจียงเหย่เอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างเกียจคร้าน ไขว่ห้างยาว ๆ เขามองจี้หยางก่อน แล้วจึงยิ้มเอ่ยว่า “แต่งงานเป็นเรื่องดี พวกเราไปแน่นอน”
จี้หยางพับผ้ากลับเข้าที่แล้วเอ่ยคล้อยตาม น้ำเสียงแฝงความหมายลึกซึ้ง “นั่นสิ ในเมื่อคู่รักได้ครองคู่กัน พวกเราก็ต้องไปเป็นสักขีพยานให้ความรักของพวกคุณด้วย”
“ได้ งั้นถึงวันนั้นพวกพี่มากันให้หมดนะ คนเยอะ ๆ จะได้ครึกครื้น”
พูดจบ เจียงจื้อหย่วนก็ลุกขึ้นเตรียมกลับ เขารู้สึกอึดอัดจนแทบอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว
จี้ม่านลุกตาม ตอนลุกขึ้นเธอเหลือบมองผ้าผืนนั้นที่เจียงเหย่ตั้งใจเอากลับมาให้จี้หยางอีกครั้ง จากนั้นก็หันมองเจียงเหย่ แม้ในอนาคตเธอจะได้เป็นภรรยาของเศรษฐีอันดับหนึ่งและไม่ได้เห็นของแค่นี้อยู่ในสายตา แต่ท่าทีที่เจียงเหย่มีต่อจี้หยางก็ทำให้เธอขัดใจอยู่เล็กน้อย
