คำพูดนี้ช่างบาดใจเหลือเกิน ไม่ต้องพูดถึงคนในห้องที่เงียบกริบ แม้แต่จี้หยางก็ยังชะงักไปครู่หนึ่ง
‘เจวียนเอ๋อร์’ ซึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงยังยอมตกลงแล้ว ต่อให้จางเอ้อร์หู่คิดจะแย้ง ก็ฟังดูไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลย
ภายในห้องเงียบลงชั่วขณะ
แต่กลุ่มคนที่ยืนมุงดูอยู่นอกบ้านกลับพากันซุบซิบพูดคุย
“ตาเฒ่าจางกับเมียตาเฒ่าจางนี่เห็น ๆ อยู่ว่าเอ้อร์หู่หมดสภาพแล้ว แต่ก็เสียดายเงินไม่ยอมช่วยต้าหู่แต่งเมีย พอคิดไปคิดมาเลยให้ต้าหู่แต่งกับเมียของเอ้อร์หู่เสียเลย”
“ที่จริงฉันว่าทำแบบนี้ก็ไม่ผิดอะไรนะ ครึ่งชีวิตที่เหลือของเอ้อร์หู่คงต้องอยู่บนเตียง แถมยังมีลูกอีกคน ด้วยความสามารถของเขา คงเลี้ยงลูกไม่ไหวแน่ ถ้าต้าหู่แต่งกับเมียเอ้อร์หู่ แล้วช่วยดูแลเอ้อร์หู่กับลูก ก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว”
“เมียเอ้อร์หู่เองก็ต้องคิดเผื่ออนาคต ผู้ชายเป็นแบบนี้แล้ว ชีวิตผู้หญิงก็ลำบากเหมือนกัน”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้หรอก เอ้อร์หู่เพิ่งบาดเจ็บแท้ ๆ เมียเขาก็คิดหาทางออกอื่นแล้ว ใจดำเกินไปหน่อยไหม”
“หรือว่าเมียเอ้อร์หู่จะมีใจให้ต้าหู่อยู่ก่อนแล้ว?”
อากาศเงียบงันไปชั่วขณะ
คนรอบข้างหันไปมองคนที่พูด เขารีบเอ่ยว่า “ฉันแค่รู้สึกว่าเมียเอ้อร์หู่ตอบตกลงเร็วเกินไปหน่อย”
จะใช่หรือไม่ใช่ ใครก็พูดไม่ได้ เพราะไม่มีใครเห็นกับตาว่าทั้งสองมีเรื่องอะไรลับ ๆ ต่อกัน
บางทีพวกเขาอาจมีใจให้กันอยู่ก่อนแล้ว หรือไม่ก็ถูกสถานการณ์บีบคั้นจนไม่มีทางเลือก ไม่ว่าอย่างไร เรื่องนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางของเหตุการณ์
