ช่วงหลายวันมานี้ หลิวเย่าจงเว้นเวลาให้หยางอวี้เหมย ไม่ได้ไปรบกวน แต่ปล่อยให้เธอค่อย ๆ คิด
เรื่องการปฏิบัติต่อผู้หญิง หลิวเย่าจงคิดว่าเวลาไหนควรตามใจก็ต้องตามใจ เวลาไหนควรกดดันก็ต้องกดดัน รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ผู้หญิงถึงจะยอมมอบใจให้เขาอย่างหมดจด
ระยะนี้เขาพยายามติดต่อเฮยเกอที่เคยรู้จักไปด้วย พลางคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากหยางอวี้เหมยอย่างไร และแสร้งทำตัวแนบเนียน เดินเตร่ไปตามถนนเพื่อมองหาเหยื่อที่เหมาะจะลงมือ
ส่วนจี้หยางนั้น
เขาไม่ใช่คนยึดติด พลาดไปครั้งหนึ่งก็ไม่ได้คิดจะกัดไม่ปล่อย
เขาคิดว่าลูกผู้ชายต้องรู้จักยืดหยุ่น
ส่วนเรื่องแก้แค้นอะไรทำนองนั้น อาจจะทำในภายหลังก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็น
เดิมทีหลิวเย่าจงคิดจะให้หยางอวี้เหมยช่วยส่งข่าวให้ แต่ไม่คิดว่าจะเจอคนรู้จักเก่าเข้าเสียก่อน เขาจึงติดต่อเฮยเกอได้ผ่านคนรู้จักคนนั้น
เฮยเกอเป็นคนโหดเหี้ยม โหดกว่าหลิวเย่าจงมากนัก
พอได้ยินเรื่องที่หลิวเย่าจงทำเงินได้ เขาก็ตบหน้าผากตัวเองดังฉาด
แล้วพูดว่า “เออจริงสิ ทำไมฉันคิดไม่ถึงนะ ถ้ามีช่องทางทำเงินแบบนี้ก็บอกกันตั้งแต่แรกสิ แล้วจากที่แกพูดเมื่อกี้ แค่ฉันจัดหาของให้ ทางแกก็มีช่องทางขายหมดใช่ไหม”
“ใช่แล้ว เฮยเกอ วางใจได้เลย ไม่ว่าจะมีเท่าไร ทางผมไม่มีปัญหา”
“ดี รออยู่ตรงนั้นแหละ อีกไม่นานแกก็จะได้ขนของไปสักล็อต”
“งั้นผมจะรอนะ เฮยเกอ”
เฮยเกอจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ไม่ถึงสามวันก็ส่งเด็กหกคนไปให้หลิวเย่าจง
