ที่สำคัญคือ ตอนนี้ยามค่ำคืนเริ่มเย็นลงแล้ว คนขี้หนาวต่างสวมเสื้อแขนยาวกันหมด จี้หยางเห็นหยางอวี้เหมยอาศัยความมืดกับแขนเสื้อยาวบดบัง แอบเกี่ยวปลายนิ้วของชายข้างกายเอาไว้
โอ้โห เร้าใจกว่าดูหนังอีกนะเนี่ย ทำเอาจี้หยางอดมองซ้ำอีกสองครั้งไม่ได้
ผู้ชายคนนี้คงเป็นแฟนของหยางอวี้เหมยสินะ
บังเอิญจริง ๆ ที่นั่งของพวกเขาอยู่ก่อนหน้าจี้หยางสองแถว แม้ในความมืดจะมองไม่ค่อยชัด แต่เพราะอยู่ใกล้ จี้หยางจึงพอมองเห็นหน้าตาของชายคนนั้น
จะว่ายังไงดีล่ะ หน้าตาก็ดูเป็นผู้เป็นคนดี
ระหว่างทั้งสองมีบรรยากาศบางอย่างอบอวลอยู่จาง ๆ ชายคนนั้นเอียงหน้าไปพูดอะไรบางอย่าง หยางอวี้เหมยก็ยิ้มออกมา
แต่ไม่นานทั้งคู่ก็เว้นระยะห่างจากกัน
ทำเหมือนไม่รู้จักกันอย่างนั้นแหละ
เพียงแต่ระหว่างดูหนัง ปลายนิ้วของทั้งคู่กลับแตะกันอยู่เรื่อย ๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งยังเกี่ยวกระหวัดกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแยกออก
จี้หยางจุ๊ปากเบา ๆ
จี้หยางเข้าวงการตั้งแต่อายุยังน้อย และมีสัญญากับบริษัทจัดการนักแสดง ซึ่งไม่อนุญาตให้คบหาใคร
พูดง่าย ๆ ก็คือ ตอนที่เธอกำลังอยู่ในวัยใจเต้นหวั่นไหว บริษัทจัดการนักแสดงก็สวมเครื่องพันธนาการให้เธอเสียแล้ว
แน่นอนว่า เมื่อเทียบกับเงินที่หาได้ เรื่องนี้ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
ต่อมาพอหน้าที่การงานเริ่มรุ่งเรือง เธอก็ผ่านวัยใจเต้นหวั่นไหวมาแล้ว เลยไม่ได้รีบร้อนอีก
แต่ถึงอย่างนั้น
เธอเคยเห็นดาราในวงการที่ลักลอบคบกันลับหลังผู้จัดการอยู่เหมือนกัน รู้สึกคล้ายกับหยางอวี้เหมยอยู่ไม่น้อย
เปิดเผยไม่ได้ แต่ก็ยังแอบอวดกันเงียบ ๆ
แอบใส่เสื้อผ้ายี่ห้อเดียวกัน ใช้เคสโทรศัพท์ยี่ห้อเดียวกัน ห้อยหัวซิปกระเป๋าเป้ยี่ห้อเดียวกัน ใส่หมวกยี่ห้อเดียวกัน
