ทะลุมิติมาได้หลายวันแล้ว จี้หยางก็เข้าใจยุคสมัยนี้ชัดเจนขึ้น งานหายาก ตั๋วแลกซื้อก็หายาก เงินไม่ใช่ทุกอย่าง หากไม่มีตั๋วก็ซื้ออะไรไม่ได้ทั้งนั้น
เพราะอย่างนั้น เธอจึงเก็บเสื้อผ้าเก่า ผ้าห่ม กล่องข้าวอะลูมิเนียมที่ใช้ตอนเรียน รวมถึงหนังสือและของอื่น ๆ ใส่ห่อเตรียมเอาไปด้วยทั้งหมด
จี้ม่านพิงกรอบประตู มองจี้หยางจัดสัมภาระ แววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“จี้หยาง เห็นแล้วใช่ไหมว่าพ่อกับแม่รักฉันที่สุด ส่วนเธอก็เป็นแค่ตัวตลกที่เที่ยวกระโดดโลดเต้น คิดว่าถ้าไม่ต้องลงชนบท แล้วแต่งงานกับเจียงเหย่ ชีวิตจะสุขสบายหรือไง ฮึ ๆ รอดูไปเถอะ แล้วเธอจะรู้เองว่าชีวิตลำบากแค่ไหน”
ปีหน้าเจียงเหย่ต้องตายแน่
ถึงตอนนั้น ถ้าจี้หยางมีลูกแล้ว อยากแต่งงานใหม่ก็คงยาก
แม่ม่ายที่ต้องเลี้ยงลูกจะมีชีวิตดีอะไรได้ ถึงเวลานั้นเธอคงได้แต่งานที่ลำบากที่สุด ทำงานเหนื่อยที่สุด
อย่างเช่นกวาดห้องน้ำ หรือทำความสะอาด
แต่พอถึงยุคปฏิรูปและเปิดประเทศ เธอจะคอยผลักดันให้เจียงจื้อหย่วนสร้างกิจการ พอหาเงินได้ก็ซื้ออาคารสำนักงานให้เขาสักหลัง แล้วค่อยให้จี้หยางมาทำความสะอาดบริษัท
ให้เลียใบต้นไม้เรียกทรัพย์ตรงทางเข้าชั้นล่างทีละใบจนสะอาด
ให้ใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดโคมไฟบนเพดานทีละดวงจนสะอาด
ให้ใช้มือขัดชักโครกในห้องน้ำทีละใบจนสะอาด
ถึงตอนนั้น เมื่อเจียงจื้อหย่วนได้เจอเธออีกครั้ง ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคงเป็นความรังเกียจ
ฮึ หน้าตาสวยแล้วจะทำไม…
กาลเวลาจะบอกเธอเองว่า หน้าตาดีสู้แต่งงานกับคนดีไม่ได้หรอก!
