เมื่อมาถึงบ้านตระกูลเจียง พวกพี่น้องของเจียงเหย่ก็ทักทายทั้งสองคนก่อนจะขอตัวกลับไป
เจียงเหย่อธิบายว่า “พวกเขายังต้องไปทำงาน พรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยมาเจอกันพร้อมหน้า พวกเราก็ทำกันแบบนี้แหละ วันแต่งงานให้ญาติผู้ใหญ่ หัวหน้า และเพื่อนร่วมงานมาร่วมโต๊ะกันสักสองโต๊ะ ส่วนวันรุ่งขึ้นก็นัดเพื่อนสมัยเด็กกับพวกพี่น้องมารวมโต๊ะกัน”
จี้หยางเกาศีรษะ เธอเคยได้ยินแต่เรื่องเพื่อนสนิทนัดกันจัดปาร์ตี้สละโสดก่อนวันแต่งงาน ยังไม่เคยได้ยินว่ามีการรวมตัวกันในวันรุ่งขึ้นด้วย หรือว่า...ธรรมเนียมแต่ละที่ไม่เหมือนกันนะ?
วันนี้เป็นวันแต่งงาน แม่เจียงกับพี่สาวทั้งสามคนอยู่บ้านกันหมด พอรวมกับพวกเด็ก ๆ แล้วคนก็เยอะจนคึกคักเป็นพิเศษ
เจียงเหย่พาจี้หยางไปรู้จักและแนะนำสมาชิกในครอบครัว
แม่เจียงอายุราวห้าสิบปี ท่าทางเป็นคนเปิดเผยอารมณ์ดี พอหัวเราะทีก็เสียงดังลั่น เธอจับมือจี้หยางพลางพูดว่า “คนเราต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันนาน ๆ ถึงจะรู้จักนิสัยกันดี พออยู่ไปนานเข้า เธอก็จะรู้เองว่านิสัยฉันเป็นอย่างไร ฉันเห็นว่าเธอเองก็นิสัยดี พวกเราสองแม่ลูกต้องเข้ากันได้แน่”
จี้หยางรีบพยักหน้า “คุณแม่คะ หนูรู้สึกว่าคุณแม่เป็นกันเองมาก แม่แท้ ๆ ของหนูจากไปตั้งแต่หนูยังเล็ก หนูไม่เคยเห็นหน้าเลย ต่อไปคุณแม่ก็เป็นแม่แท้ ๆ ของหนูนะคะ ถ้าหนูทำอะไรไม่ดีตรงไหน คุณแม่ก็บอกได้เลยค่ะ” เพื่อแสดงความเคารพ เธอถึงกับใช้คำเรียกอย่างสุภาพด้วย
“ฮ่า ๆ ดี ๆ โอ๊ย หน้าตาน่ารักจริง ๆ”
หลังจากพบแม่เจียงแล้ว เขาก็พาจี้หยางไปทำความรู้จักกับพี่ใหญ่เจียงต่อ พี่ใหญ่เจียงคงเป็นคนที่ต้องคอยห่วงเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ ใบหน้าจึงดูผ่านเรื่องราวมาบ้าง เวลาพูดก็มีท่าทีเหมือนพี่สาวที่ทำหน้าที่แทนแม่
