พอรายการเรื่องเล่าความปลอดภัยออกอากาศเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ จี้หยางก็ไม่ต้องคอยจับตาดูผลตอบรับเป็นพิเศษอีกแล้ว
เพราะผลตอบรับวิ่งมาหาเธอเอง
เริ่มจากประธานสหภาพแรงงานโรงงานไม้ขีดไฟข้าง ๆ ที่อุตส่าห์มาหาประธานหม่าเพื่อดื่มชา พอดื่มไปได้สักพักก็วกเข้าเรื่องรายการเรื่องเล่าความปลอดภัย บอกว่าโรงงานของพวกเขาก็อยากออกอากาศบ้าง แล้วถามว่าจะขอยืมต้นฉบับไปคัดลอกสักชุดได้ไหม
จากนั้นก็มีคนจากโรงงานลูกปืน โรงพิมพ์ และโรงงานเครื่องเคลือบทยอยกันมา
ตามปกติแล้ว การประชาสัมพันธ์ของสหภาพแรงงานมักเป็นไปตามแบบแผน ตะโกนคำขวัญกันเสียงดัง ส่วนคนงานก็แค่กวาดตามองผ่าน ๆ ฟังผ่านหูไป พอฟังจบดูจบแล้วเห็นว่าไม่เกี่ยวกับตัวเองมากนัก ก็ไม่ค่อยใส่ใจ
การให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยด้วยการเล่าเรื่องแบบที่จี้หยางทำ นับเป็นครั้งแรกในยุคนี้
แปลกใหม่ เข้าถึงคนทั่วไป คนงานชอบฟัง แถมยังแพร่กระจายได้รวดเร็ว
ประธานหม่าจึงให้จี้หยางรวบรวมต้นฉบับเป็นชุด ประทับตราสหภาพแรงงานไว้ ใครมาขอยืมก็ให้คัดลอกไปได้
แค่เดือนมีนาคมเดือนเดียว เรื่องสั้นสิบกว่าเรื่องของเธอก็แพร่ไปถึงหน่วยงานพันธมิตรหกแห่งแล้ว
……
พอพ้นเดือนมีนาคม ก็เข้าสู่เดือนเมษายน
วันที่ 2 เมษายน จี้หยางไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เลิกงานกลับบ้าน กินข้าว แล้วก็เข้านอนแต่หัวค่ำ
เจียงเหย่ยังแปลกใจ
“วันนี้ไม่อ่านหนังสือแล้วหรือ?”
“ไม่อ่านแล้ว เหนื่อย”
“วันนี้ก็ไม่ได้ทำงานหนักอะไรนี่?”
“ท้องโตนี่แหละงานหนัก”
เจียงเหย่ไม่ได้ถามต่อ ท้องโตแบบนี้หนักจริง ๆ ยังดีที่อีกไม่นานก็จะคลอดแล้ว
