หลังจี้หยางออกไป แม่เลี้ยงจี้ก็เปิดเสื้อของจี้ม่านดู รอยแดงจากการถูกตีเห็นได้ชัดเจน เธอสงสารลูกจนบ่นพึมพำไม่หยุด “ดูเธอสิ ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้ แค่ขอโทษจี้หยางสักคำจะเสียเนื้อไปสักชิ้นหรือไร อย่างน้อยก็ไม่ต้องโดนตีเปล่า ๆ”
“ท่านแม่ไม่เข้าใจเลย ฉันไม่เคยตีจี้หยางสักหน่อย ตอนที่พวกท่านยังไม่เข้ามา จี้หยางต่างหากที่กำลังตีฉัน ท่านพ่อไม่ถามไถ่ให้รู้ความก็ให้ฉันขอโทษเธอ ฉันไม่ยอมรับ”
จี้ม่านซึ่งกลับมาจากอนาคตไม่ได้มีความหัวโบราณเหมือนคนในยุคนี้ เธอเลิกเสื้อขึ้นให้แม่เลี้ยงจี้ดูบริเวณที่ถูกจี้หยางทุบจนแดงอยู่บ้าง
“ท่านดูสิ เธอจงใจชัด ๆ จงใจตีตรงนี้ของฉัน”
แม่เลี้ยงจี้ขมวดคิ้ว คล้ายจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกมา เธอดึงเสื้อของลูกสาวลง แล้วตบไหล่ปลอบใจอย่างอ่อนโยน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ม่านเอ๋อร์ ตอนนี้จี้หยางเป็นแบบนี้ ฉันคิดว่าน่าจะเพราะเรื่องเธอกับจื้อหย่วนวันนี้ทำให้เธอโมโห”
ไม่อย่างนั้นเธอก็นึกไม่ออกว่าทำไมจี้หยางถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
จี้ม่านกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม่เลี้ยงจี้ขัดขึ้นก่อน
“ฟังแม่ก่อน ม่านม่าน”
“ตึกพักพนักงานของเรานี้ ตั้งแต่ชั้นบนถึงชั้นล่างไม่มีบ้านไหนไม่รู้จักกันเลย บ้านฝั่งตะวันออกผายลมดังสักหน่อย ทุกคนก็ได้ยินกันหมด เจอหน้ากันทุกวันยังต้องคุยกันสองสามคำว่ากินข้าวหรือยัง กินอะไรมา บ้านไหนเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทุกคนรู้กันหมด”
