ยิ่งจี้ม่านพูด ดวงตาก็ยิ่งเป็นประกาย ราวกับเรื่องที่เธอพูดนั้นเคยเกิดขึ้นจริง
“อ้อ แล้วก็ลูกสาวของเธอด้วย เธอจะถูกผู้หญิงที่ผู้ชายของเธอหาใหม่รังแก พอเพิ่งบรรลุนิติภาวะก็ถูกขายออกไป”
“ขายให้ตาแก่สักคนที่อายุหกสิบหรือเจ็ดสิบ ใครใช้ให้เขารวยล่ะ”
“ตอนนั้นลูกสาวเธอร้องไห้บอกว่าไม่อยากแต่ง แต่เธอกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ได้แต่มองตาแก่คนนั้นมารับลูกสาวไปทั้งน้ำตา ลูกสาวร้องไห้แทบขาดใจ น่าสงสารเหลือเกิน”
“ผ่านไปไม่กี่วัน เธอก็ตายในห้องเก็บฟืน”
เพียงประโยคเดียวก็ชี้ชะตาของจี้หยาง
“พี่รู้ไหม? เดิมทีพี่ควรจะมีจุดจบแบบนี้ แต่พี่ล่ะ ดันกระโดดโลดเต้นเหมือนตั๊กแตน คิดว่าทำไปแล้วได้อะไรขึ้นมา?”
ในที่สุดจี้ม่านก็อดใจไม่ไหว ตบหน้าจี้หยางฉาด ๆ อีกสองที จนปากของจี้หยางเบี้ยวไปข้างหนึ่ง
เธอพูดอย่างเคียดแค้น “รู้ไหม? เดิมทีพี่ควรมีจุดจบแบบนี้! ควรมีจุดจบแบบนี้! ต้องมีจุดจบแบบนี้เท่านั้น!”
จี้ม่านยืดตัวขึ้น มองจี้หยางที่อยู่แทบเท้า ราวกับกำลังมองกองขยะ
“ไม่เป็นไร ตอนนี้แก้ไขเนื้อเรื่องก็ยังทัน”
พูดถึงตรงนี้ เธอก็หัวเราะออกมา
“จี้หยางเอ๋ย คนที่ไม่เหมือนใครคือฉันต่างหาก”
เธอได้กลับมาเกิดใหม่ โอกาสยิ่งใหญ่ขนาดนี้ยังตกมาถึงมือ แน่นอนว่าเธอต้องไม่เหมือนใคร
“ถ้ามีนางเอก ฉันนี่แหละคือนางเอก”
