เพื่อไม่ให้เจียงเสี่ยวเม่ยหุนหันพลันแล่นจนรีบหาคนรัก เจียงเหย่จึงยกข้อเสียสารพัดของผู้ชายมาสาธยายให้ฟัง
“ผู้ชายหลายคนเวลาอยู่ข้างนอกก็ทำตัวดูดี สุภาพอ่อนโยนและถ่อมตน แต่พอกลับบ้านก็วางมาดเป็นนายท่าน แม้แต่ขวดน้ำมันล้มก็ยังไม่ยอมช่วยพยุง”
“ตอนคบกันอาจตามใจเธอทุกอย่าง แต่พอแต่งงานแล้วก็ไม่เหมือนเดิม งานบ้านทุกอย่างต้องเป็นเธอทำ”
“คิดว่าหลังแต่งงานแล้ว ชีวิตจะยังดีเหมือนตอนนี้หรือ? เธอคิดผิดแล้วล่ะ”
“ตอนเช้าต้องตื่นมาทำกับข้าว ตอนเย็นเลิกงานกลับมาก็ต้องเก็บกวาดบ้าน แถมยังต้องซักถุงเท้าเหม็น ๆ ของผู้ชายอีก”
“ผู้ชายหลายคนไม่ชอบรักษาความสะอาด ไม่ล้างเท้าด้วย กลิ่นเหม็นสุด ๆ เลยล่ะ”
“ตอนซักก็ต้องบีบจมูกไว้ด้วยนะ”
“อีกอย่าง ลองนึกถึงพี่สาวคนนั้นที่เธอไปทำงานแทนดูสิ พอเธอคลอดลูกแล้ว ผู้ชายก็ไม่ช่วย แม่สามีก็ไม่ช่วย เธอกินไม่อิ่ม นอนไม่พอ เด็กร้องไห้ทั้งคืน ผมเธอก็ร่วงพรึ่บ ๆ”
“แล้วก็...”
“พี่ พี่ชายที่รัก ขอร้องล่ะ หยุดพูดเถอะ พอฟังพี่พูดจบ ฉันรู้สึกว่าอยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้จำเป็นต้องแต่งงานสักหน่อย”
เจียงเสี่ยวเม่ยนึกภาพชีวิตหลังแต่งงานตามที่พี่ชายว่าแล้ว ก็ได้ผลดีมาก เธอหมดหวังกับการแต่งงานไปเลย
เธอคีบแตงโมกินต่อพลางพูดว่า “ฉันคงได้แต่คอยดูพี่สะใภ้กับพี่รักกันดี แค่ได้เห็นพวกพี่เป็นแบบนี้ ฉันก็มีความสุขแล้ว”
เจียงเหย่ยกจานแตงโมไปไว้ในมือ “กินให้น้อยหน่อย ดูสิอ้วนขนาดนั้นแล้วยังกินอีก ที่เหลือนี่ให้พี่สะใภ้เธอ”
