ตอนกลางคืน เจียงเหย่ถึงได้รู้ว่าจี้หยางทำอาหารไม่เป็น เห็นเธอกำลังยุ่งอยู่ คิดว่าวันนี้เพิ่งมาอยู่บ้านวันแรก ยังไม่ต้องรีบสอนทำอาหารก็ได้ จึงลงมือก่อไฟทำกับข้าวเอง
เจียงเหย่ทำงานคล่องแคล่วอยู่แล้ว พอผัดกับข้าวก็ยิ่งคล่องมือ ใช้ไฟแรงผัดอย่างรวดเร็ว อาหารที่ยกออกจากกระทะดูน่ากินสุด ๆ
กินคู่กับข้าวสองชนิด
ข้าวสองชนิดนี้หุงในหม้อใบใหญ่ให้สุก ๆ ดิบ ๆ ก่อน จากนั้นใช้กระบุงช้อนขึ้นมา แล้วนำกลับไปนึ่งต่อในหม้อ
กินแล้วหอมอร่อยมาก
ตอนแม่เจียงกับเจียงตงหยากลับมา กับข้าวก็วางเต็มโต๊ะแล้ว
อากาศร้อน ทุกคนจึงไม่กินข้าวในบ้าน แต่ยกโต๊ะเล็กมาตั้งในลานบ้าน แม่เจียงเห็นกับข้าวบนโต๊ะก็รู้ทันทีว่าลูกชายเป็นคนทำ เธอไม่ได้พูดอะไร กลับหันไปถามจี้หยางว่า “หยางหยาง เป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้ไหม”
“ดีมากค่ะ แม่” ผู้ใหญ่มักชอบเด็กสาวเรียบร้อย จี้หยางนั่งหลังตรงบนม้านั่งตัวเล็ก ดูเรียบร้อยเหมือนเด็กดีที่กำลังตั้งใจฟังในห้องเรียน ขาดก็แต่เอามือไพล่หลังเท่านั้น
“ปรับตัวได้ก็ดีแล้ว แม่ไม่ได้คิดอะไรหรอก อย่าเกร็งไปเลย ไหน ๆ ก็แต่งเข้าบ้านเราแล้ว แม่ไม่ใช่คนจู้จี้อะไร ลองคิดดูสิว่าแม่ทำงานอะไร แม่ทำงานสหพันธ์สตรี เรื่องสิทธิสตรี แม่สนับสนุนเต็มที่ ลูกไม่ต้องคิดมาก ทำใจให้สบายเถอะ”
การเร่งให้ลูกชายแต่งงานกับการกลั่นแกล้งลูกสะใภ้เป็นคนละเรื่องกัน แม่เจียงคิดว่าตัวเองเป็นคนมีความคิด มีจิตสำนึก และมีหลักการ เวลาปฏิบัติต่อลูกสะใภ้ เธออ่อนโยนเสมอ
แน่นอนว่าลูกสะใภ้ก็ต้องเป็นคนเข้ากันได้ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่กลัวจะทำให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
