หลังจากเรียนรู้วิธีอู้งานจากพี่หวัง จี้หยางก็ไม่รีบร้อนทำงานอีกต่อไป แม้แต่แผนงานยังใช้เวลาเขียนตั้งหลายวัน
ตอนที่เธอถือแผนงานไปขออนุมัติจากหัวหน้า
รองประธานหลิวอ่านดู พอเห็นข้อความว่า “ส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวโสดจากโรงงานต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนและทำความรู้จักกัน เติมเต็มชีวิตวัฒนธรรมยามว่าง แก้ปัญหาความกังวลในอนาคต ให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทุ่มเทเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม” เขาก็ยิ้มออกมา
“เสี่ยวจี้ เขียนแผนงานได้ไม่เบาเลยนะ”
“ฉันเรียนมาจากพี่จางค่ะ” ถึงพี่จางจะย้ายไปแล้ว แต่จี้หยางเคยอ่านแผนงานที่เขาเขียนไว้ทั้งหมด สรุปก็แค่ใช้ถ้อยคำสวยหรู พูดให้ดูยิ่งใหญ่เข้าไว้
“แผนนี้ไม่มีปัญหาอะไร ไปคุยกับโรงงานสิ่งทอที่เธอเสนอไว้ได้เลย ถ้าทางนั้นตกลง เราก็จัดงานกัน อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ ช่วยคลายความกังวลให้คนหนุ่มสาวโสดพวกนี้ พวกเขาจะได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมได้มากขึ้น เป็นเรื่องดี”
เมื่อเห็นหัวหน้าเห็นชอบ จี้หยางจึงตัดสินใจไปคุยกับโรงงานสิ่งทอ
จากโรงงานจักรยานเดินไปโรงงานสิ่งทอใช้เวลาครึ่งชั่วโมง จี้หยางคิดว่าจะเลิกงานให้เร็วหน่อยตอนเย็น จะได้ไม่ต้องกลับมาอีก
ถึงเธอจะไม่มีคนรู้จักในโรงงานสิ่งทอ แต่เจียงเหย่มี
จู้จื่อ เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเจียงเหย่ ทำงานอยู่ที่โรงงานสิ่งทอ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของแผนกประชาสัมพันธ์ ซึ่งต่างจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสหภาพแรงงานอย่างจี้หยางอยู่พอสมควร
เมื่อถึงโรงงานสิ่งทอ เธอก้มดูนาฬิกาข้อมือ เป็นเวลาสี่โมงสิบนาที
เธอทักทายคุณลุงยาม “สวัสดีค่ะคุณลุง ฉันมาจากสหภาพแรงงานโรงงานจักรยาน มาขอพบจ้าวเป่าจู้จากแผนกประชาสัมพันธ์ค่ะ”
