ช่วงเช้าและเย็นของเดือนตุลาคมเริ่มเย็นลงอยู่บ้าง ระยะนี้จี้หยางเดินทอดน่องไปทำงานทุกวัน
ยามเช้าได้สูดอากาศสดชื่นสบายปอดท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ร่วง ก็นับว่าเพลิดเพลินไม่น้อย
ระหว่างทางมองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา รวมถึงขบวนจักรยานที่ปั่นมุ่งหน้าไปทำงานเป็นกลุ่ม ๆ ก็ถือเป็นภาพชวนมองริมถนนอย่างหนึ่ง
ชีวิตที่ไม่กดดันและดำเนินไปอย่างเชื่องช้าแบบนี้ พอชินแล้วก็สบายดีเหมือนกัน
อย่างน้อย...ก็ยังรักษาผมไว้ได้
จี้หยางลูบจุกผมสองจุกที่ตัวเองมัดไว้ ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่ว่าหลังคลอดลูกแล้วผมจะร่วง ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าผมสั้นหน่อยก็ดีเหมือนกัน
เป็นช่วงเวลาเข้างานพอดี พอมาถึงโรงงานจักรยาน ก็มีคนทยอยเดินเข้าโรงงานกันมากมาย ส่วนใหญ่สวมชุดทำงานสีน้ำเงิน คนที่รู้จักจี้หยางก็ทักทายเธอ
จี้หยางยิ้มตอบ
ไม่ไกลนัก หลิวเย่าจงก็มาส่งหยางอวี้เหมยที่โรงงาน
จี้หยางไม่ชอบหลิวเย่าจงเลยแม้แต่น้อย พอสบตากับอีกฝ่าย เธอก็รีบเบือนหน้าหนี
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังรู้สึกได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายจับจ้องติดอยู่บนตัวเธอ
สายตาแบบนั้นคล้ายพวกแฟนคลับโรคจิตที่เธอเคยเจอในชาติก่อน ทั้งเหนียวเหนอะและร้อนแรง แฝงความอยากสอดส่องที่ไม่คิดปิดบัง ราวกับงูเย็นเฉียบตัวหนึ่งกำลังเลื้อยขึ้นมาตามแผ่นหลังช้า ๆ จนเธอรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
จี้หยางเผลอกำสายกระเป๋าบนไหล่แน่น ฝีเท้าก็เร่งขึ้นเล็กน้อย อยากหลบสายตาน่ารังเกียจนั่นให้พ้นโดยเร็ว
เธอรีบเดินเข้าโรงงาน จนกระทั่งเห็นเจียงเหย่ยืนอยู่ใต้ตึกสำนักงานโรงงาน ฝีเท้าจึงค่อยช้าลง
“เดินเร็วขนาดนั้นทำไม?”
