เจียงตงหยาคิดว่าผู้หญิงคนนี้ต้องป่วยแน่ ๆ ถึงได้พูดกับพี่สะใภ้ของนางแบบนี้
เอ้อร์ซู่รู้สึกอับอายที่น้องสาวของเขามากินข้าวบ้านสหาย แล้วยังหาเรื่องเจ้าบ้านก่อน จากนั้นก็ตะโกนโวยวายเสียงดัง ไร้มารยาทสิ้นดี
แม่เจียงอายุมากแล้ว กลับมองออกอยู่บ้าง แต่คิดว่าลูกสะใภ้จัดการได้ ขอเพียงเธอสนับสนุนก็พอ
เจียงเหย่ขมวดคิ้วมองน้องสาวคนเล็ก ตั้งใจจะให้เธอขอโทษจี้หยาง แต่จี้หยางชิงพูดตัดหน้า
จี้หยางไม่ได้สนใจคำขอโทษของเด็กสาวนัก อย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดจะขอโทษจากใจจริงอยู่แล้ว ตอนนี้เธอแค่อยากยั่วให้เด็กสาวโมโห
ชอบใครสักคนไม่ใช่เรื่องผิด หนุ่มสาวมีใจให้กันเป็นเรื่องธรรมดา แต่เพราะชอบใครแล้วไปหาเรื่องคนบริสุทธิ์ แบบนั้นเกินไปหน่อย
“พี่เจียงเหย่ของเธอเป็นคนแบบนี้ เพียงแต่เธอไม่รู้เท่านั้น”
“ใครใช้ให้เขาชอบฉันขนาดนั้นล่ะ เพื่อแต่งกับฉัน เขายอมตามใจฉันทุกอย่าง”
“ถ้าไม่เชื่อ ก็ฟังจากปากพี่เจียงเหย่ของเธอเองสิ”
พูดจบ จี้หยางก็หันไปมองเจียงเหย่ “พี่เสี่ยวเหย่ ท่านว่า ฉันเป็นคนที่ท่านรักหรือไม่?”
ยุคนี้ผู้คนค่อนข้างเก็บงำความรู้สึก ไม่มีใครเอ่ยคำว่า ‘รัก’ ให้ได้ยินกันง่าย ๆ เจียงเหย่จึงฟังแล้วงุนงงไปชั่วขณะ
เห็นเจียงเหย่ไม่ตอบ จี้หยางก็ถามอีกว่า “เหตุใดท่านไม่พูดเล่า?”
เจียงเหย่มองจี้หยาง เขาอ่านแววตาที่บอกว่า ‘รีบพูดสิ’ กับ ‘ถ้าไม่พูดก็เตรียมตัวตายได้เลย’ ออก จึงกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “เธอเป็นคนที่ฉันรักที่…”
คำพูดสะดุดอยู่ตรงนั้น คำว่า ‘รัก’ เหมือนลวกปากจนเขาพูดไม่ออก สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วรีบพูดว่า “เธอเป็นคนที่ฉันชอบที่สุด ได้หรือไม่?”
