ตอนกินข้าว แม่เจียงกลัวว่ากลิ่นปลาจะทำให้จี้หยางไม่สบาย จึงเลื่อนจานปลาไปวางให้ห่างจากเธอหน่อย
เจียงเหย่กำลังจะคีบ แม่เจียงก็ใช้ตะเกียบปัดไปเสียก่อน “แกจะกินของดี ๆ ไปทำไม ดูตัวสูงเสียเปล่า แต่ทั้งวันไม่มีความเป็นผู้ใหญ่สักนิด ไม่ต้องกินแล้ว”
เจียงเหย่ตัดพ้อ “ท่านแม่ ผมคนตุ๋นเองนะ”
“พี่สาวรองของแกเป็นคนเอากลับมา”
เจียงเหย่ “...แต่ผมตุ๋นเองจริง ๆ นะท่านแม่ ถ้าผมไม่ตุ๋น มันก็ยังเป็นปลามีชีวิต จะกินได้อย่างไร”
“แม่อย่างฉันก็ตุ๋นเป็น แถมยังตุ๋นอร่อยกว่าแกด้วย”
เอาเถอะ ไม่มีทางเถียงชนะ เจียงเหย่เห็นจี้หยางกินถั่วฝักยาวดองเปรี้ยว จึงคีบตามไปหนึ่งคำ “ผมกินถั่วดองเป็นเพื่อนภรรยาได้ใช่ไหม”
“แกก็ควรอยู่เป็นเพื่อนเธอ ภรรยาแกกำลังอุ้มท้องลูกของแก แกช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้เธอไม่สบาย ใครจะอยู่เป็นเพื่อนเธอถ้าไม่ใช่แก” แม่เจียงคีบปลาเข้าปาก พลางเอ่ยอย่างเชื่องช้า
“ท่านแม่ ท่านนี่ก็... ผมแค่ป้อนแอปริคอตแห้งให้ท่านเอง ไม่เห็นต้องทำกันขนาดนี้เลย ความสัมพันธ์แม่ลูกของเราก็ดีมาตลอด ไม่น่าถึงกับต้องพังเพราะแอปริคอตแห้งชิ้นเดียวหรอกมั้ง”
“แกคิดมากไปแล้ว ฉันแค่เห็นหน้าแกแล้วไม่สบอารมณ์จริง ๆ”
จี้หยางเกือบหลุดหัวเราะ
นอกจากปลาแล้ว เจียงเหย่ยังตุ๋นแกงผักโขมด้วย เขาตักใส่ชามให้จี้หยาง
เจียงเสี่ยวเม่ยกินข้าวมาจากภัตตาคารของรัฐแล้ว แต่พอกลับมาเห็นว่ามีปลา ก็ยังกินไปอีกหน่อย เธอสงสัยอยู่บ้างจึงถาม “พี่ วันนี้ไปทำอะไรให้แม่ไม่พอใจเข้าล่ะ”
