“สำหรับฉันมันน่ากลัวมากเลย ก่อนหน้านี้ตอนมีคนจากหนังสือพิมพ์มาสัมภาษณ์พี่ชายกับพวกพี่ ฉันก็อิจฉามาก ตอนนั้นคิดว่าถ้าพยายามให้มากหน่อย ก็น่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เหมือนกัน แต่พอเริ่มเรียนไปเรื่อย ๆ ถึงได้รู้ว่าฉันอาจไม่เหมาะกับทางนี้จริง ๆ เรียนยากเหลือเกิน โดยเฉพาะโจทย์คณิตศาสตร์ พวกมันทำเอาสมองฉันยุ่งเหยิงไปหมด”
จี้หยาง: “……” ลองนึกถึงวิชาคณิตศาสตร์ของเจียงเสี่ยวเม่ยในวันก่อน ๆ แล้ว เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี วิชาคณิตศาสตร์ขั้นสูงสำหรับอีกฝ่ายคงยากอยู่บ้างจริง ๆ
แม้แต่ตอนนั้นเธอกับเจียงเหย่ยังต้องนั่งขบคิดโจทย์กันทั้งคืน ใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะจัดการได้ในเวลาอันสั้น
จี้หยางตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ เพื่อปลอบใจ ก่อนพูดว่า “ไม่เป็นไร ๆ รอสอบคราวนี้เสร็จก่อน หากเธอไม่อยากเรียนจริง ๆ พวกเราก็พักไว้ก่อน”
ค่อยกลับมาเรียนต่อเมื่อโรงเรียนภาคค่ำออกวุฒิการศึกษาได้แล้ว
เจียงเสี่ยวเม่ยถอนหายใจ
ไม่กี่วันต่อมา หลิวลี่ผิงแวะมาเที่ยว พอเห็นเจียงเสี่ยวเม่ยเป็นแบบนี้ก็ช่วยปลอบสองสามคำ “อย่าเพิ่งร้อนใจเลย รอสอบเสร็จค่อยว่ากัน หากสอบไม่ติดจริง ๆ ฉันจะมาช่วยติวให้”
เจียงเสี่ยวเม่ยส่ายหน้า “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันเถอะ”
เธอถามหลิวลี่ผิงว่า “ตอนนั้นเธอเรียนยังไงหรือ?”
“ตอนนั้นฉันหรือ?”
พอดีอันอันเดินเข้ามาเอาแตงโมมาให้ทุกคน หลิวลี่ผิงหยิบไปชิ้นหนึ่ง กล่าวขอบคุณอันอันแล้วจึงพูดว่า “ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าต้องพยายามให้มาก ฉันจะทำให้พี่หยางผิดหวังไม่ได้ พี่หยางบอกให้ฉันเรียนมากขึ้น ฉันก็เรียนมากขึ้น ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย”
