เพื่อนร่วมงานต่างพากันคล้อยตาม
“ใช่ คนพวกนี้กล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว กลางวันแสก ๆ ยังกล้าลักพาตัวคน แล้วมีอะไรอีกที่พวกเขาไม่กล้าทำบ้าง?”
“ฉันได้ยินมาว่าบางพื้นที่ถึงขั้นปล้นรถบรรทุก แถมปล้นไปได้จริง ๆ ด้วย กลางดึกก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือ ชิงของไปแล้วก็จับตัวไม่ได้เลย ได้ยินว่าตอนนี้คนขับรถบรรทุกต้องไปกันอย่างน้อยกลุ่มละสองสามคน”
“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน มีสหายคนหนึ่งไปมณฑลข้าง ๆ เพื่อปกป้องสินค้าเลยถูกคนทำร้าย นอนอยู่โรงพยาบาลตั้งครึ่งเดือนก็ยังไม่ฟื้น”
“เฮ้อ คนแบบนี้ไม่มีจิตสำนึกเลย ถ้ามีจิตสำนึกก็คงไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก”
“เสี่ยวจี้ เธอก็ต้องระวังตัวด้วยนะ ถ้าไม่มีธุระก็ให้สามีไปรับไปส่งทุกวันสิ”
จี้หยางพยักหน้า “ฉันให้เขาไปรับไปส่งทุกวันอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่สบายใจ”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว สามีเธอดูเป็นคนดีนะ”
“รู้จักทะนุถนอมคนด้วย”
“นั่นสิ หน้าตาก็ดูดี สูงใหญ่ ดูแล้วรู้สึกปลอดภัยมาก”
ชีวิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลิวเย่าจงยังคงไม่ปรากฏตัว
เจียงเหย่เป็นห่วงจี้หยาง จึงไปส่งตอนเช้าและมารับตอนเย็นทุกวัน เป็นสามีแสนดีเต็มขั้น
แม้จี้หยางจะไปทำงาน เพื่อนร่วมงานก็ยังคอยดูแลเธอ ให้ทำแค่เรื่องที่จำเป็นต้องให้เธอจัดการ ส่วนงานอื่นไม่ต้องทำ
ช่วงนี้จี้หยางจึงค่อนข้างว่าง
ระหว่างที่จี้หยางรอให้จี้ม่านกับคนอื่น ๆ อีกหลายคนถูกตัดสินโทษ พ่อจี้กับแม่เลี้ยงจี้ก็มาหาถึงบ้าน
ที่จริงจี้หยางก็ไม่ได้แปลกใจนัก ไม่ว่าอย่างไรจี้ม่านก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขา หากยังมีความผูกพันกันอยู่บ้าง พวกเขาจะวิ่งเต้นช่วยเธอก็เป็นเรื่องปกติ
