ตอนกลางคืน เจียงเหย่ไปคุยเปิดอกกับแม่เจียงที่ห้องของเธอ วันรุ่งขึ้นก็ไปคุยกับเหล่าหวังอีกสองสามคำ หลายวันต่อมา พอแม่เจียงไปช่วยงานอีกครั้ง เธอก็ไม่ได้ไปแต่เช้าตรู่เหมือนก่อนแล้ว
บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่รายการออกอากาศ ทุกคนที่ไม่ต้องทำงาน ไม่มีธุระ และไม่ได้ออกไปตั้งแผง ต่างมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านเพื่อดูรายการที่จี้หยางเป็นพิธีกร
พอจี้หยางปรากฏตัวบนจอ คนในบ้านก็เบิกตากว้างกันหมด
เจียงเหย่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะสองที “เมียผมนี่บุคลิกดีจริง ๆ”
อันอันพยักหน้าเห็นด้วย “จริงด้วย แม่พูดภาษาจีนกลางชัดมากเลยครับ”
แม่เจียงที่รีบกลับมาเพื่อดูรายการของลูกสะใภ้เอ่ยชม “หยางหยางของเรานี่เก่งจริง ๆ”
เจียงเจากับเจียงอวิ๋น ลูกสาวของพี่สามเจียงก็พากันเห็นด้วย “น้าสะใภ้เก่งมากจริง ๆ!”
จี้หยางรู้สึกเขินอยู่บ้าง จึงถ่อมตัวอย่างยิ่ง “ก็พอใช้ได้ค่ะ อาจจะยังตื่นเต้นอยู่บ้าง เลยทำได้ไม่ดีเท่าไร”
“ยังไม่ดีอีกเหรอ พอแล้วน่าเมียจ๋า เหลือทางให้พิธีกรคนอื่นเขาหายใจกันบ้างสิ”
“ใช่ ๆ พ่อพูดถูกครับ แม่ทำได้ดีสม่ำเสมอมากเลย รายการนี้ก็ดีจริง ๆ นะครับ เศรษฐีหมื่นหยวนเลย ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เป็นเศรษฐีหมื่นหยวนบ้าง แต่คงอีกไม่นานหรอกครับ ผมจะพยายามให้เต็มที่ ถึงตอนนั้นผมก็จะได้มาออกรายการของแม่”
“นี่ไม่ใช่แล้ว” เจียงเหย่พูด “ลูกเอ๊ย ทำไมมีแกไปโผล่ได้ทุกที่เลย”
“พ่อดูพูดเข้าสิครับ รายการของแม่ชื่อ ‘สายลมใหม่แห่งยุคสมัย’ ผมก็แค่ก้าวตามยุคสมัย รับสายลมใหม่แห่งยุคสมัย แถมมีผมอยู่ด้วยก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ ลองพูดมาสิ คนในบ้านเรามีใครต้อนรับสายลมใหม่ได้กระตือรือร้นเท่าผมบ้าง”
