ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกคราหนึ่ง อากาศก็หนาวลงคราหนึ่ง กลางดึกไม่รู้ว่าฝนเริ่มตกตั้งแต่กี่โมง เม็ดฝนโปรยกระทบหลังคาและต้นไม้ดังเปาะแปะ พอถึงเช้า นอกจากอากาศจะสดชื่นเป็นพิเศษแล้ว ยังมีไอเย็นเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย
แม่เจียงกำชับลูกทั้งสามคนในบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ให้สวมกางเกงลองจอน เสื้อซับในก็ต้องใส่ด้วย
เชื่อฟังคำผู้ใหญ่ จะได้มีกินอิ่มท้อง
จี้หยางค้นกางเกงลองจอนของตัวเองออกมา ทั้งมีรอยปะเต็มไปหมด แถมยังสั้นไปช่วงหนึ่ง เธอถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เพิ่มแผนซื้อเสื้อซับในกับกางเกงลองจอนเข้าไปในรายการที่ต้องจัดการ
เธอสวมกางเกงลองจอนที่สั้นไปช่วงหนึ่งอย่างไม่ทุกข์ร้อน ยังไงก็ใส่อยู่ข้างใน ไม่มีใครเห็นหรอก
ตอนออกจากบ้านตอนเช้า เธอยังไม่ลืมหยิบถุงผ้าใส่ไหมพรมไปด้วย ข้างในถักหมวกเสร็จแล้วใบหนึ่ง จี้หยางหาเสื้อผ้าเก่าที่ใส่ไม่ได้ในบ้านมาฉีกเป็นแถบผ้า ตั้งใจจะตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใช้ยัดเป็นไส้ลูกกลม ๆ บนหมวก
หมวกน่ารักใบนี้เธอเตรียมไว้ให้เจียงเสี่ยวเม่ย หลายวันก่อนเจียงเสี่ยวเม่ยก็ให้ผ้าเช็ดหน้า ยางรัดผม กิ๊บติดผม และของกระจุกกระจิกอื่น ๆ กับเธอ รับของขวัญมาก็ต้องตอบแทนบ้าง
มีให้มีรับ ถึงจะคบกันได้นาน
จี้หยางนั่งซ้อนท้ายจักรยาน ปล่อยให้ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดปะทะหน้า แล้วก็เห็นด้วยกับประสบการณ์ของแม่เจียงว่าอากาศเย็นขึ้นจริง ๆ ยังดีที่ใส่กางเกงลองจอนมา
มือที่จับเสื้อบริเวณเอวของเจียงเหย่บีบเอวเขาเบา ๆ แต่บนตัวเจียงเหย่มีแต่กล้ามเนื้อแน่น ๆ เนื้อแถวเอวเลยบีบไม่ขึ้นสักนิด
เขาหันกลับมาถาม “เป็นอะไรไป? ผมปั่นเร็วเกินไปหรือเปล่า?”
“เปล่า แค่อยากถามว่าคุณหนาวไหม?” คนตรงหน้านี่แหละสหายที่ไม่ยอมฟังคำผู้ใหญ่ สวมกางเกงลองจอนเสียหน่อย
