หลังจากฟังเรื่องของหยางอวี้เหมยจบ เวลาก็ล่วงเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว
ก่อนสิ้นปี จี้หยางได้รับพัสดุจากหลิวลี่ผิงอีกครั้ง ข้างในมีโสม 2 ราก ห่อไว้อย่างประณีตด้วยเสื้อผ้าเก่า รากหนึ่งใหญ่ อีกรากหนึ่งเล็ก
ตอนนั้นจี้หยางถึงกับตะลึง
ของขวัญชิ้นนี้มีค่ามากเกินไปแล้ว
เธอรู้สึกละอายใจอยู่บ้าง
ที่เธอดูแลหลิวลี่ผิงนั้น หนึ่งก็เพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของร่างเดิม สองก็เพราะเห็นว่าเด็กสาวอายุยังน้อย แถมสภาพครอบครัวยังเป็นแบบนั้น น่าสงสารจริง ๆ
แต่การช่วยอีกฝ่ายก็เป็นแค่เรื่องที่เธอทำได้ตามสะดวก
ไม่เหมือนอีกฝ่ายที่ตอบแทนเธออย่างสุดหัวใจ
จี้หยางไม่ได้แตะต้องโสมทั้งสองราก เธอห่อมันกลับเข้าไปใหม่แล้วเก็บไว้
เธอส่งผ้าพันคอ หมวก และถุงมือที่ถักเองไปให้ อีกทั้งยังแลกคูปองผ้ากับคูปองเนื้อมาเล็กน้อย แล้วขอให้พี่ใหญ่เจียงช่วยตัดเย็บเสื้อบุผ้าฝ้ายให้ตัวหนึ่ง ก่อนจะส่งไปให้อีกฝ่าย
หวังว่าอีกฝ่ายจะได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข
บรรยากาศต้อนรับปีใหม่ทำให้โรงงานคึกคักขึ้นมาก
แม้แต่หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนจากเรื่องซุบซิบต่าง ๆ มาเป็นการประชันกันสารพัดอย่าง
บ้านใครซื้อเสื้อผ้าใหม่รับปีใหม่ บ้านใครได้กินของดี ๆ หรือบ้านใครหอบของดีไปเยี่ยมญาติ ล้วนเป็นหัวข้อที่มักพูดถึงกันในช่วงก่อนและหลังเทศกาลตรุษจีน
น่าเสียดายที่ช่วงตรุษจีนไม่มีวันหยุด
เสียงประกาศจากลำโพงของโรงงานมีคำขวัญว่า—
วันสิ้นปีไม่หยุดงาน วันขึ้นปีใหม่ก็ยังคงผลิตต่อไป
ฉลองปีใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียม ไม่กราบไหว้ตามประเพณีเก่า
สู้ฟ้าสู้ดิน ต้อนรับปีใหม่ พึ่งพาตนเองฉลองปีใหม่
และอื่น ๆ
แม้แต่วันสิ้นปีกับวันขึ้นปีใหม่ จี้หยางก็ยังต้องหิ้วกระเป๋ามาทำงานอย่างว่าง่าย
วันที่ 2 ของปีใหม่เป็นวันที่ลูกสาวกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม พี่สาวทั้งสามคนของตระกูลเจียงกลับมาบ้าน กินข้าวเสร็จแล้วจึงค่อยกลับไป
