อาจเป็นเพราะตั้งแต่เล็กมาไม่เคยมีญาติพี่น้องที่แท้จริง หลิวลี่ผิงจึงยึดจี้หยางซึ่งเป็นคนเดียวที่ดีกับเธอเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้เธอมีความรู้สึกพิเศษต่อจี้หยาง
สองปีก่อน จี้หยางส่งหนังสือมาให้หลิวลี่ผิงหลายเล่ม แม้ชีวิตในมณฑลตงจะทั้งลำบากและเหน็ดเหนื่อย แต่หลิวลี่ผิงก็ยังทำตามคำพูดของจี้หยาง กัดฟันอดทน ใช้เวลาว่างอ่านหนังสือ
เรื่องไหนที่ไม่เข้าใจ อ่านไม่รู้เรื่อง เธอก็หน้าด้านไปขอคำแนะนำจากคนอายุมากและมีความรู้ในจุดเยาวชนปัญญาชน
เธอค่อย ๆ เรียนอย่างจริงจัง ทุ่มเทอย่างหนัก เรียนอยู่สองปี การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็กลับมาเปิดอีกครั้ง
ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าตอนนั้นหลิวลี่ผิงดีใจมากแค่ไหน
การกลับมาจัดสอบเข้ามหาวิทยาลัยหมายความว่าเยาวชนปัญญาชนสามารถกลับเข้าเมืองได้
และเธอก็จะได้กลับไปเมืองหลวง พบจี้หยางอีกครั้ง
แม้พวกเธอจะติดต่อกันทางจดหมายอยู่เสมอ แต่จะเทียบกับการได้พบหน้ากันจริง ๆ ได้อย่างไร
ตั้งแต่ได้รับจดหมายตอบรับ หลิวลี่ผิงก็เฝ้ารอวันนั้นอย่างใจจดใจจ่อ แต่พอได้มายืนอยู่หน้าบ้านของจี้หยางจริง ๆ กลับรู้สึกลังเลขึ้นมา
ความรู้สึกประหม่าเมื่อกลับถึงบ้านเกิดหลังจากจากไปนาน คงเป็นแบบนี้เอง
ไม่ได้พบกันหลายปี ไม่รู้ว่าจี้หยางจะยังจำเธอได้หรือเปล่า
เมื่อเห็นประตูบ้านเปิดอยู่ หลิวลี่ผิงไม่ได้เดินเข้าไปทันที แต่เคาะประตูแล้วส่งเสียงเรียกเข้าไปข้างใน
“ขอโทษนะคะ ที่นี่บ้านจี้หยางหรือเปล่าคะ?”
ระหว่างรอคำตอบ มือของเธอกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว แล้วก็คลายออก ก่อนจะกำแน่นอีกครั้ง
