สวี่ฟางเฟยอยากจะฉุดรั้งสวี่ฉางเซี่ยไว้อีกครั้ง แต่เฉินเยี่ยนชวนที่อยู่ข้าง ๆ กลับก้าวขึ้นมาดึงสวี่ฟางเฟยไว้เบา ๆ แล้วส่ายหน้าให้เธอ
จนถึงตอนนี้ พวกเขาถึงได้ยินเสียงร่ำไห้ของสวี่ฉางเซี่ยที่ราวกับพังทลายลง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินสวี่ฉางเซี่ยร้องไห้ออกมาเช่นนี้
บางทีการปล่อยให้เธอระบายออกมา อาจจะดีกว่า ดีกว่าที่เธอเก็บกดไว้ในใจมาตลอด
แขกเหรื่อนับร้อยคน ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านนอก มองดูสวี่ฉางเซี่ยกอดร่างไร้วิญญาณของเจียงเย่า ร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง
จนกระทั่งเสียงของสวี่ฉางเซี่ยเบาลง เฉินเยี่ยนชวนถึงได้เดินเข้าไปใกล้เธอ นั่งยองลง แล้วเอ่ยกับเธอเบา ๆ ว่า “เซี่ยเซี่ย คงไม่มีปาฏิหาริย์อีกแล้ว”
“อีกอย่าง นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของอาเย่า เขาบอกกับฉันด้วยตัวเองว่าให้เรานำร่างของเขาไปฌาปนกิจ”
สวี่ฉางเซี่ยฟังที่เฉินเยี่ยนชวนพูด ดวงตาแดงก่ำมองไปที่เขา
“ถึงแม้จะเป็นเพื่อลูกในท้องของเธอก็ตาม เธอก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี” เฉินเยี่ยนชวนพูดกับเธอต่อ
สวี่ฉางเซี่ยหันไปมองเจียงเย่าบนรถเข็นอีกครั้ง
เนิ่นนาน ในที่สุดก็ค่อย ๆ คลายมือออก
ระหว่างทางกลับ สวี่ฉางเซี่ยไม่เอ่ยคำใดเลย เดินตามอัฐิของเจียงเย่าไปเงียบ ๆ
เมื่อกลับมาถึงหอบรรพชนของสกุลเจียง เจียงเหลยถิงเห็นสวี่ฉางเซี่ยที่ราวกับสิ้นวิญญาณ ก็อดถอนหายใจยาวไม่ได้ แล้วเอ่ยกับเฉินเยี่ยนชวนเบา ๆ ว่า “เอาอัฐิให้เซี่ยเซี่ย ให้เธอเป็นคนนำเข้าไปเถอะ”
ตอนนี้ในท้องของสวี่ฉางเซี่ยมีสายเลือดของเจียงเย่าแล้ว เป็นทายาทรุ่นต่อไปของสกุลเจียง จึงสมควรให้สวี่ฉางเซี่ยส่งเจียงเย่าเข้าหอบรรพชน
