เหอฉู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมามองเซียวหล่างอี้
ปกติกู้เจียเหรินจะสุภาพกับนางเสมอ ไม่เคยมีท่าทีดูแคลนเช่นนี้มาก่อน
เซียวหล่างอี้คาดว่าคงเป็นเพราะพี่ชายของตน ครั้งก่อนตอนที่จากไปกู้เจียเหรินก็ถูกเขาง้อจนเกือบจะดีแล้ว
เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโน้มตัวเข้าไปกระซิบว่า “เจียเหริน นี่คือของขวัญที่พี่สะใภ้ใหญ่ตั้งใจเลือกมาให้นานแล้ว เจ้าเปิดดูสิว่าชอบหรือไม่”
ทว่ากู้เจียเหรินกลับไม่แม้แต่จะแตะต้องสิ่งนั้น เพียงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ไม่ว่าจะให้สิ่งใดมา ก็ล้วนเป็นน้ำใจของพวกท่าน”
กู้เจียเหรินไม่อยากมีปากเสียงกันในตอนนี้ จึงตอบกลับด้วยประโยคเกรงใจเช่นนั้น
เซียวหล่างอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เจ้าก็พูดถูก”
“ยังมีธุระอะไรอีกหรือไม่ ถ้าไม่มีข้าจะแต่งหน้าต่อแล้ว” กู้เจียเหรินชี้ไปทางช่างแต่งหน้าที่อยู่ข้างกาย
เหอฉู่เองก็ไม่รู้ว่าตนไปทำอะไรให้กู้เจียเหรินขุ่นเคือง ท่าทีของนางเช่นนี้หมายความว่ากำลังไล่ให้พวกตนออกไป
นางกับเซียวหล่างอี้สบตากัน เมื่อเห็นว่าเซียวหล่างอี้เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง นางจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ได้ ๆ เช่นนั้นพวกเราจะออกไปรอข้างนอก”
วันนี้เป็นวันเกิดของกู้เจียเหริน นางคือตัวเอกของงาน เหอฉู่ไม่อาจคิดเล็กคิดน้อยในเวลาเช่นนี้ได้ มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่านางไม่รู้จักกาลเทศะ
ระหว่างที่พูด มือนางก็ดึงชายเสื้อเซียวหล่างอี้เบา ๆ เป็นเชิงบอกให้เขาออกไปกับนางก่อน
เซียวหล่างอี้เอื้อมมือปิดประตู เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเหอฉู่จึงกระซิบว่า “ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นเพราะพี่ชายข้า”
