เฉินเยี่ยนชวนนั่งอยู่เบาะหลังของรถ กวาดตามองฉินเสี่ยวเย่ว์และหยางเทาคนละแวบ
ฉินเสี่ยวเย่ว์ไม่เข้าใจ หันไปถามสวี่ฉางเซี่ยว่า “คนในรถนั่นคือ...”
“เป็นน้าชายของสามีฉันค่ะ สหายเฉินเยี่ยนชวน” สวี่ฉางเซี่ยรีบอธิบาย
ฉินเสี่ยวเย่ว์มองเฉินเยี่ยนชวนอย่างพินิจพิเคราะห์จากระยะไกลอีกครั้ง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเหมือนจะเคยเจอเขาที่ภัตตาคารกั๋วฟู่มาสองครั้ง ที่สำคัญ พอได้ยินชื่อเฉินเยี่ยนชวน เธอก็ปะติดปะต่อเชื่อมโยงชื่อนั้นเข้ากับใบหน้าตรงหน้าได้ในทันที!
“น้าชายพวกเธอคือสหายเฉินเยี่ยนชวนงั้นเหรอ?!” ฉินเสี่ยวเย่ว์ถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
“ใช่ค่ะ” สวี่ฉางเซี่ยรู้ดีว่าฉินเสี่ยวเย่ว์เป็นคนเจนโลก น่าจะจำเฉินเยี่ยนชวนได้แล้ว เลยยิ้มให้เธอพร้อมตอบ
ฉินเสี่ยวเย่ว์คิดเล็กน้อย แล้วจูงมือหยางเทาเดินไปที่รถของเฉินเยี่ยนชวนพร้อมกับสวี่ฉางเซี่ย ทักทายเขาอย่างอ่อนน้อมและเคารพนบนอบว่า “สหายเฉินสวัสดีค่ะ ฉันคือฉินเสี่ยวเย่ว์ ผู้จัดการภัตตาคารกั๋วฟู่ ลูกชายฉันเรียนห้องเดียวกับฉางเซี่ย เราคงเคยเจอกันมาก่อนนะคะ!”
ฉินเสี่ยวเย่ว์คิดว่า ถ้าต่อไปหยางเทากับสวี่ฉางเซี่ยจะมีหวัง ก็ต้องผ่านด่านเฉินเยี่ยนชวนให้ได้ เธอจึงจงใจมาทำความรู้จักให้เฉินเยี่ยนชวนจำหน้าได้
ฉินเสี่ยวเย่ว์ไม่ได้รังเกียจที่สวี่ฉางเซี่ยเคยแต่งงานแล้วแถมมีลูก ในสายตาเธอ สวี่ฉางเซี่ยทั้งสวยทั้งฉลาด แถมมีหัวคิดและแรงมุ่งมั่น ผู้หญิงแบบนี้หาได้ยากยิ่งนัก ต่อให้มีลูกแล้ว หยางเทาคู่ควรกับเธอก็นับว่าเขาได้ดีเกินตัว
ทว่า เฉินเยี่ยนชวนแค่พยักหน้าเล็กน้อยให้เธอ ไม่พูดอะไรเพิ่ม กลับหันไปบอกสวี่ฉางเซี่ยว่า “ขึ้นรถเถอะ”
