เจียงเหยียนจับชีพจรเสร็จ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
【พวกหมอไม่ได้เรื่อง ถ้าให้ฉันรักษาลู่เฉิงเหล่ยตั้งแต่แรก เขาคงฟื้นไปนานแล้ว】
【แต่ฉันจะโน้มน้าวคนตระกูลลู่ยังไง ให้ยุติการรักษาลู่เฉิงเหล่ยตอนนี้ แล้วย้ายเขากลับบ้านเพื่อรับการฝังเข็มจากฉันล่ะ】
【ถ้าให้ลู่เฉิงเหล่ยรับการรักษาจากทั้งโรงพยาบาลและฉันพร้อมกัน พอเขาฟื้นขึ้นมา โรงพยาบาลก็ต้องบอกว่าการรักษาของพวกเขาได้ผลแน่ ๆ ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเป็นผลงานของฉัน】
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ลู่เฉิงโจวกับฉินอ้าวเสวี่ยผู้เป็นแม่ต่างก็ตื่นเต้นมาก
ลู่เฉิงโจวส่งสายตาให้ฉินอ้าวเสวี่ย อีกฝ่ายเข้าใจความหมาย จึงเดินตามเขาออกจากห้องพักผู้ป่วย ทั้งคู่ไปคุยกันในที่เงียบ ๆ
ลู่เฉิงโจวเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน “แม่ เราลองทำตามที่เจียงเหยียนบอกดีไหมครับ”
“แต่ถ้าสิ่งที่เจียงเหยียนคิดในใจไม่ถูกล่ะ เธอรักษาคนเป็นจริง ๆ เหรอ” ฉินอ้าวเสวี่ยกังวลอยู่บ้าง
ในความทรงจำของเธอ ไม่เคยได้ยินว่าเจียงเหยียนเคยเรียนวิชาแพทย์กับใคร และไม่เคยได้ยินว่าเธอรักษาใครให้หายมาก่อน
ลู่เฉิงโจววิเคราะห์ว่า “แม่ พี่ใหญ่หมดสติมาสามเดือนแล้ว ตลอดสามเดือนนี้อาการไม่ดีขึ้นเลย แถมยังเกิดเหตุอันตรายเป็นครั้งคราว ผมคิดว่าโอกาสที่หมอที่นี่จะรักษาพี่ใหญ่ให้หายมีน้อยมากครับ”
“แม่ ผมพูดตรง ๆ นะครับ ตอนนี้พี่ใหญ่ก็เหมือนคนตายทั้งเป็นแล้ว ต่อให้แย่กว่านี้จะเป็นยังไงได้อีก ก็แค่ตายเท่านั้น แม่ลองคิดดูสิครับ จะลองรักษาคนที่หมดหวังให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หรือปล่อยให้พี่ใหญ่เป็นแบบนี้ต่อไป”
“แน่นอนว่าต้องลองอีกสักตั้ง ขอแค่ยังมีหวังแม้แต่น้อย แม่ก็จะลอง” ฉินอ้าวเสวี่ยตอบอย่างหนักแน่น
