ลู่เฉิงโจวเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะแล้วก็พูดกับคนรับใช้ว่า “ตั้งโต๊ะได้เลย”
คนรับใช้พยักหน้า ก่อนรีบร้อนเดินเข้าครัวไป
ลู่เฉิงโจวจับมือเจียงเหยียน พาเธอมุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร
ฉินเจิ้งได้สติแล้วรีบตามไป
ทั้งสามคนมาถึงห้องอาหาร ลู่เฉิงโจวปล่อยมือเจียงเหยียน ก่อนดึงเก้าอี้ออกมาให้เธอนั่ง
เจียงเหยียนกำลังจะนั่ง แม่สามีอย่างฉินอ้าวเสวี่ยก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางร่าเริง
เธอเรียกอย่างดีใจว่า “เหยียนเหยียน กลับมากันแล้วเหรอ ทำไมถึงช้าจัง ฉันนึกว่าพวกเธอจะถึงบ้านก่อนเราซะอีก”
“แม่ ผมพาภรรยาไปซื้อเข็มฝังเข็มมาครับ” ลู่เฉิงโจวอธิบายแทน
ฉินอ้าวเสวี่ยซาบซึ้งใจมาก
เธอยัดบัตรสีดำใบหนึ่งใส่มือเจียงเหยียน “เหนื่อยหน่อยนะ เหยียนเหยียน นี่เป็นเงินรับขวัญ รอพ่อของเฉิงโจวกลับมาแล้ว เราจะเลือกวันดี ๆ จัดงานเลี้ยงฉลองแต่งงานให้ยิ่งใหญ่เลย”
เจียงเหยียนนึกขึ้นได้ว่าเธอกับลู่เฉิงโจวแต่งงานกันตามข้อตกลง จึงรีบพูดว่า “ขอบคุณค่ะแม่ หนูขอรับบัตรไว้ก่อนนะคะ แต่เรื่องงานเลี้ยง หนูว่าเราค่อยปรึกษากันอีกทีก็ได้ค่ะ ไม่ต้องรีบ”
ลู่เฉิงโจวขมวดคิ้ว เขามองเจียงเหยียนนิ่ง ๆ ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
“ทุกคน ขอผมพูดแทรกหน่อยได้ไหมครับ” ฉินเจิ้งยกมือขึ้น “ผมว่าตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือรีบพี่ใหญ่กลับไปโรงพยาบาล ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาอาจเลวร้ายเกินคาด”
คราวนี้ลู่เฉิงโจวถึงหันไปมองฉินเจิ้ง แล้วถามเสียงเย็นว่า “นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ฉินอ้าวเสวี่ยอธิบาย “ลูกสอง ฉันเป็นคนเรียกฉินเจิ้งมาเอง เหยียนเหยียนบอกฉันว่าก่อนพี่ใหญ่จะฟื้นต้องให้น้ำเกลือสารอาหารต่อ ฉันคิดว่าฉินเจิ้งเป็นหมอ ก็เลยเรียกเขามาช่วย”
